ตลาดผู้ผลิตสินค้า โพสฟรีทั่วไทย

หมวดหมู่ทั่วไป => โปรโมทแผนการเพิ่มยอดขายให้ได้ผล โปรโมทวิธีการวางแผนการเพิ่มยอดขาย ยอดขายไม่ดีควรทำอย่างไร ยอดขายตกเกิดจากอะไร => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026, 15:36:33 น.

หัวข้อ: ข้อควรระวังพิเศษในการให้อาหารสายยางสำหรับผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจ
เริ่มหัวข้อโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026, 15:36:33 น.
ข้อควรระวังพิเศษในการให้อาหารสายยางสำหรับผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจ (https://dseelin.co.th/)

การให้อาหารทางสายยางในผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ (Ventilator) ถือเป็นเคสที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงกว่าปกติมากครับ เพราะระบบหายใจและระบบย่อยอาหารทำงานสัมพันธ์กัน หากมีข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อการหายใจของผู้ป่วยได้ทันที

5 ข้อควรระวังพิเศษ ที่ผู้ดูแลต้องเคร่งครัดครับ:

1. การป้องกันการสำลักลงปอด (Aspiration Prevention) – สำคัญที่สุด

ผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจมักจะปิดกล่องเสียงได้ไม่สนิท และอาจมีการหลั่งน้ำลายหรือเสมหะมาก ทำให้เสี่ยงต่อการสำลักอาหารลงปอดได้ง่าย

ต้องยกหัวเตียงสูง 30-45 องศา: ตลอดเวลาที่มีการให้อาหาร และหลังให้เสร็จอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ห้ามปรับนอนราบเด็ดขาด

ดูดเสมหะก่อนให้อาหาร: หากผู้ป่วยมีเสมหะมาก ควรดูดเสมหะ (Suction) ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มให้อาหารประมาณ 15-20 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยไอขณะกำลังรับอาหาร ซึ่งอาจทำให้ขย้อนอาหารออกมา


2. การควบคุมความเร็วในการให้อาหาร (Feeding Rate)

ผู้ป่วยวิกฤตที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ ร่างกายมักมีความเครียดสูง ระบบย่อยอาหารอาจทำงานช้าลง

ควรใช้เครื่องควบคุม (Feeding Pump): การหยดอาหารช้าๆ อย่างต่อเนื่องจะปลอดภัยกว่าการใช้ไซริงค์เท (Bolus) เพราะช่วยลดความดันในกระเพาะอาหาร ไม่ให้ไปดันกะบังลมจนผู้ป่วยหายใจลำบาก

สังเกตอาการเหนื่อย: หากระหว่างให้อาหาร ผู้ป่วยดูเหนื่อยหอบมากขึ้น หรือค่าออกซิเจนปลายนิ้วลดลง ให้หยุดให้อาหารทันทีและแจ้งพยาบาลหรือแพทย์


3. การตรวจสอบอาหารค้าง (Gastric Residual Volume)

เพื่อประเมินว่ากระเพาะอาหารยังทำงานได้ดีหรือไม่

เช็กก่อนมื้อถัดไป: หากดูดอาหารค้างออกมาได้ปริมาณมาก (เช่น เกิน 200-500 ml ตามเกณฑ์ของแต่ละโรงพยาบาล) อาจต้องเลื่อนมื้ออาหารออกไป เพราะหากฝืนให้อาหารจะล้นและขย้อนเข้าปอดได้


4. สัดส่วนสารอาหาร (สูตร Low Carb / High Fat)

เครื่องช่วยหายใจทำหน้าที่ช่วยขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO 2 ) ออกจากร่างกาย

ระวังแป้งและน้ำตาล: การเผาผลาญแป้งจะทำให้เกิด CO 2

  ปริมาณมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเหนื่อยหอบและหย่าเครื่องช่วยหายใจ (Weaning) ได้ยากขึ้น

สูตรเฉพาะ: มักใช้อาหารสูตรที่มีไขมันดีสูงขึ้นและลดแป้งลง เพื่อลดภาระการทำงานของปอด


5. การดูแลช่องปาก (Oral Care)

แม้ผู้ป่วยไม่ได้ทานอาหารทางปาก แต่แบคทีเรียในช่องปากจะสะสมตัวเร็วมากในผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ

ต้องทำความสะอาดช่องปากวันละอย่างน้อย 2-4 ครั้ง เพื่อป้องกัน "ปอดอักเสบจากการสำลักน้ำลายที่มีเชื้อโรค" (VAP - Ventilator Associated Pneumonia)

📊 เช็กลิสต์เฝ้าระวัง

อาการที่ต้องหยุดให้อาหารทันที   สาเหตุที่เป็นไปได้

ไออย่างรุนแรง หรือสำลักออกมา   สายยางอาจเลื่อนตำแหน่ง หรืออาหารไหลย้อน
ท้องอืด ตึงเปรี๊ยะ                   ลำไส้ไม่บีบตัว หรือมีลมเข้าสายมาก
ความดันตก หรือออกซิเจนต่ำลง   ร่างกายรับภาระจากการย่อยอาหารไม่ไหว
หน้าเขียว หรือหายใจต้านเครื่อง   อาหารอาจไปเบียดกะบังลมทำให้หายใจลำบาก


คำแนะนำเพิ่มเติม: หากดูแลผู้ป่วยที่บ้านและยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ การจดบันทึก "ปริมาณอาหารที่ให้" และ "ปริมาณอาหารที่ดูดค้างได้" ในทุกมื้อเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพื่อให้แพทย์นำไปปรับการรักษาได้อย่างแม่นยำครับ