แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 45
1
สุขภาพฟันในเด็ก สำคัญต่อการจัดฟันเด็กอย่างไร

สุขภาพฟันที่ดีของเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดฟัน เนื่องจากสภาพช่องปากที่แข็งแรงจะช่วยให้การจัดฟันเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้

ป้องกันปัญหาช่องปาก:
หากเด็กมีฟันผุหรือโรคเหงือก ทันตแพทย์จะต้องรักษาปัญหาเหล่านี้ก่อนเริ่มจัดฟัน ซึ่งอาจทำให้การจัดฟันล่าช้าออกไป
การมีสุขภาพช่องปากที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาช่องปากระหว่างการจัดฟัน เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือการติดเชื้อ


ส่งเสริมการเคลื่อนที่ของฟัน:
ฟันและเหงือกที่แข็งแรงจะช่วยให้ฟันเคลื่อนที่ได้ง่ายขึ้นในระหว่างการจัดฟัน ทำให้การรักษาเป็นไปตามแผนและได้ผลลัพธ์ที่ดี
หากเด็กมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกขากรรไกรหรือเนื้อเยื่อรอบฟัน การจัดฟันอาจทำได้ยากขึ้นหรือต้องใช้เวลานานขึ้น


ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน:
การมีสุขภาพช่องปากที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการจัดฟัน เช่น การติดเชื้อ หรือการทำลายรากฟัน
เด็กที่มีสุขภาพช่องปากที่ดีจะสามารถดูแลเครื่องมือจัดฟันได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาต่างๆ


สร้างรากฐานที่ดีสำหรับสุขภาพฟันในระยะยาว:
การดูแลสุขภาพฟันในเด็กเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างรากฐานที่ดีสำหรับสุขภาพฟันในระยะยาว
เด็กที่มีสุขภาพช่องปากที่ดีจะมีความมั่นใจในรอยยิ้มของตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ดังนั้น การดูแลสุขภาพฟันของเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดฟัน และช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

2
สถานการณ์ที่ควรมีผ้ากันไฟในโรงงาน

ผ้ากันไฟมีความสำคัญต่อโรงงานอุตสาหกรรมอย่างมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้หรือประกายไฟ ซึ่งสถานการณ์ที่ควรมีผ้ากันไฟในโรงงานมีดังนี้:

งานเชื่อม งานเจียร หรือตัดโลหะ:
ในงานเหล่านี้ จะมีสะเก็ดไฟกระเด็นออกมา ซึ่งอาจก่อให้เกิดไฟไหม้ได้ ผ้ากันไฟจะช่วยป้องกันสะเก็ดไฟเหล่านี้ไม่ให้กระเด็นไปโดนวัสดุไวไฟ
นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันความร้อนจากงานเชื่อมไม่ให้แผ่ไปยังบริเวณที่มีสารไวไฟ

บริเวณที่มีเครื่องจักรความร้อนสูง:
เครื่องจักรที่มีความร้อนสูงอาจก่อให้เกิดไฟไหม้ได้ ผ้ากันไฟจะช่วยป้องกันไฟลุกลามจากเครื่องจักร

บริเวณที่มีสารไวไฟ:
สารไวไฟเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้เกิดไฟไหม้ได้ง่าย ผ้ากันไฟจะช่วยป้องกันการเกิดไฟไหม้จากสารไวไฟ

บริเวณที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า:
ไฟฟ้าลัดวงจรอาจก่อให้เกิดไฟไหม้ได้ ผ้ากันไฟจะช่วยป้องกันไฟลุกลามจากไฟฟ้าลัดวงจร

บริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้สูง:
เช่น ห้องเก็บสารเคมี หรือห้องควบคุมไฟฟ้า ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้สูง ควรมีผ้ากันไฟเตรียมพร้อมไว้เสมอ

งานซ่อมบำรุงในโรงงานอุตสาหกรรม:
ใช้คลุมอุปกรณ์ หรือชิ้นงาน เพื่อป้องกันลูกไฟจากงานเชื่อมกระเด็นมาโดน

โรงกลั่นน้ำมัน และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี:
ใช้เป็นชุดปฏิบัติงานภาคสนาม งานเชื่อมทั่วไป งานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับไฟ/สะเก็ดไฟ

อุตสาหกรรมไฟฟ้าและสาธารณูปโภค:
ใช้ผลิตเป็นชุดหมี ชุดช่าง ใช้งานในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการลุกลามของเปลวไฟ

การมีผ้ากันไฟเตรียมพร้อมไว้ในสถานการณ์เหล่านี้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้และรักษาความปลอดภัยในโรงงานได้ค่ะ

3
ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง: โรคเหน็บชา/โรคขาดวิตามินบี 1 (Beri-beri)

โรคเหน็บชา หมายถึงอาการเหน็บชาที่เกิดจากภาวะขาดวิตามินบี 1 หรือไทอามีน (thiamine) ซึ่งปัจจุบันพบได้น้อย

โรคนี้อาจพบในผู้ที่กินอาหารที่มีวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ หรือผู้ที่มีความต้องการวิตามินบี 1 มากขึ้น เนื่องจากร่างกายมีการเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น (เช่น หญิงตั้งครรภ์ หญิงที่ให้นมบุตร เด็กในวัยเจริญเติบโต ผู้ที่ทำงานหนัก ผู้ป่วยที่มีไข้สูง หรือเป็นโรคติดเชื้อ หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน เป็นต้น)

อาจพบในทารกที่มีมารดาเป็นโรคเหน็บชาและกินนมมารดาเพียงอย่างเดียว ผู้ที่นิยมกินอาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 ผู้ที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง เป็นต้น

สาเหตุ

เกิดจากการขาดวิตามินบี 1 ซึ่งอาจมีสาเหตุ ดังนี้

    การกินข้าวขาวที่ขัดสีจากโรงสี และกินเนื้อสัตว์น้อย ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ
    การกินอาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 เช่น ชา เมี่ยง หมากพลู สีเสียด ปลาร้า เป็นต้น
    ภาวะที่ร่างกายมีการเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น ซึ่งมีความต้องการวิตามินบี 1 สูงขึ้น เช่น หญิงตั้งครรภ์ หญิงที่ให้นมบุตร เด็กในวัยเจริญเติบโต ผู้ที่ทำงานหนัก (เช่น กรรมกร ชาวนา) ผู้ป่วยที่มีไข้สูง หรือเป็นโรคติดเชื้อ หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน เป็นต้น
    โรคตับเรื้อรัง (เช่น ตับแข็ง) ก็อาจเป็นโรคนี้ได้ เพราะตับไม่สามารถนำวิตามินบี 1 ไปใช้ประโยชน์ได้
    โรคพิษสุราเรื้อรังก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ง่าย เนื่องจากกินวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ ร่วมกับการดูดซึมของลำไส้ไม่ดี และตับทำงานได้ไม่ดี (ตับแข็ง)

อาการ

ในทารก มักจะมีอาการระหว่างอายุ 2-6 เดือน (พบในทารกที่กินนมมารดา และมารดากินอาหารที่ขาดวิตามินบี 1 หรืออดของแสลง หรือมารดาเป็นโรคเหน็บชา) เด็กจะมีอาการร้องเสียงแหบหรือไม่มีเสียง ซึม หอบเหนื่อย ตัวเขียว ขาบวม

บางรายอาจมีอาการตากระตุก (nystagmus) หนังตาตก ชัก หรือหมดสติ

ถ้าหากไม่ได้รับการรักษา อาจตายได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ในเด็กโตและผู้ใหญ่ ในระยะเริ่มแรก หรืออาการขนาดอ่อน ๆ ผู้ป่วยจะรู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ท้องผูก ท้องอืดเฟ้อ ความจำเสื่อม รู้สึกชา แต่ตรวจร่างกายไม่พบสิ่งผิดปกติ

ถ้าเป็นมากขึ้น จะรู้สึกชาตามมือและเท้า อาจมีอาการปวดแสบและเสียวเหมือนถูกมดกัด โดยมากจะเป็นพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง ผู้ป่วยจะเป็นตะคริว ปวดเจ็บที่กล้ามเนื้อน่อง แขนขาไม่มีแรง ถ้าเป็นมาก ๆ อาจมีอาการเป็นอัมพาต

ในรายที่เกิดจากโรคพิษสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีอาการตาเหล่ ตาเข (เนื่องจากกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวลูกตาเป็นอัมพาต) เดินเซ (ataxia) มีความผิดปกติทางจิต (เช่น ภาวะซึมเศร้า) อาจหมดสติถึงตายได้

ภาวะแทรกซ้อน

กล้ามเนื้ออ่อนแรง ภาวะหัวใจวาย ความจำเสื่อม ภาวะซึมเศร้า หากไม่ได้รับการรักษา อาจมีอาการรุนแรงถึงเสียชีวิตได้

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและสิ่งตรวจพบ ดังนี้

ในทารก อาจตรวจพบอาการหอบเหนื่อย ตัวเขียว ขาบวม ตากระตุก หนังตาตก รีเฟล็กซ์ของข้อน้อยกว่าปกติหรือไม่มีเลย และอาจตรวจพบภาวะหัวใจวาย (เช่น ตับโต ชีพจรเต้นมากกว่า 130 ครั้ง/นาที บวม ใช้เครื่องฟังตรวจปอดมีเสียงกรอบแกรบ)

ในเด็กโตและผู้ใหญ่ อาจตรวจพบอาการแขนขาชา ไม่มีแรง (ทดสอบโดยให้ผู้ป่วยนั่งยอง ๆ ผู้ป่วยจะลุกขึ้นไม่ได้) หรือเป็นอัมพาต รีเฟล็กซ์ของข้อในระยะแรกอาจไวกว่าปกติ แต่ในระยะหลังอาจน้อยกว่าปกติหรือไม่มีเลย

ในรายที่เป็นรุนแรงจะมีภาวะหัวใจวายร่วมด้วย เช่น เท้าบวม หอบเหนื่อย นอนราบไม่ได้ ชีพจรเต้นเร็ว ตับโต ใช้เครื่องฟังตรวจปอดมีเสียงกรอบแกรบ (crepitation) เป็นต้น

ถ้าจำเป็น แพทย์จะทำการตรวจระดับวิตามินบี 1 ในเลือด

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ให้วิตามินบี 1 โดยการกินหรือฉีด

2. ในรายที่สงสัยมีภาวะหัวใจวาย จะรับตัวไว้ในโรงพยาบาล ให้ฉีดวิตามินบี 1 ยาขับปัสสาวะ อาจต้องเอกซเรย์ ตรวจเลือด และตรวจพิเศษอื่น ๆ ถ้าจำเป็น แล้วให้วิตามินบี 1 และให้การรักษาแบบภาวะหัวใจวาย

การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ท้องผูก ท้องอืดเฟ้อ ความจำเสื่อม รู้สึกชาตามมือและเท้า แขนขาไม่มีแรง กล้ามเนื้อเป็นตะคริว เท้าบวม เดินเซ เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคเหน็บชา ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด

ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    ดูแลรักษาแล้วอาการไม่ทุเลา
    ขาดยาหรือยาหาย
    กินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน จุดแดงจ้ำเขียว หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ

การป้องกัน

1. กินอาหารที่มีวิตามินบี 1 สูง เช่น เนื้อสัตว์ ถั่วต่าง ๆ ไข่แดง ตับ ไต เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหญิงตั้งครรภ์ หญิงที่มีลูกอ่อน คนที่ทำงานหนัก

2. ส่งเสริมให้กินข้าวซ้อมมือหรือข้าวกล้องแทนข้าวขาวที่ขัดสีจากโรงสี เพราะมีวิตามินบี 1 สูง และส่งเสริมการหุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำ

3. ลดการกินอาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 เช่น ชา เมี่ยง หมากพลู สีเสียด ปลาร้า เป็นต้น ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรทำปลาร้าให้สุกเสียก่อนเพื่อทำลายสารดังกล่าว หรือให้ดื่มน้ำชา เคี้ยวใบเมี่ยงหรือหมากพลูระหว่างมื้ออาหาร อย่าเสพหลังอาหารทันที

ข้อแนะนำ

1.  โรคนี้อาจพบในชายฉกรรจ์ที่ร่างกายบึกบึน ซึ่งกินข้าวได้มาก ๆ แต่กินอาหารที่มีวิตามินบี 1 น้อย

ดังนั้น ถ้าพบอาการที่ชวนสงสัยว่าเป็นโรคเหน็บชา ควรปรึกษาแพทย์

2.  อาการชาปลายมือปลายเท้า นอกจากเกิดจากการขาดวิตามินบี 1 (ซึ่งปัจจุบันพบได้น้อยลงมาก) ยังอาจเกิดจากโรคเบาหวาน ปลายประสาทอักเสบ และสาเหตุอื่น ๆ (ตรวจสาเหตุของอาการชาเพิ่มเติม)

ดังนั้น ผู้ที่มีอาการชาปลายมือปลายเท้า หรือผู้ที่สงสัยเป็นโรคเหน็บชาซึ่งกินยาวิตามินบี 1 แล้วไม่ทุเลา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

4
วัดคลองขวาง เชิญชวนผู้เข้าร่วมใส่ชุดขาวปฏิบัติธรรมอย่างสงบเพื่อช่วยให้มีสติตลอดทั้งวัน

วัดคลองขวางเป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดนนทบุรี มีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามและความสงบ วัดนี้มีอายุประมาณ 100 ปี และเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านในพื้นที่ วัดคลองขวางมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีการตกแต่งอย่างประณีตเหมาะใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดคลองขวางภายในวัดมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่และมีภาพวาดฝาผนังที่สวยงาม

นอกจากนี้วัดคลองขวางยังมีสวนสวยและบ่อน้ำที่สวยงาม วัดคลองขวาง ตั้งอยู่ในจังหวัดนนทบุรี เป็นสถานที่เงียบสงบ เหมาะแก่ผู้แสวงหาแนวทางปฏิบัติธรรมและเข้าถึงคำสอนของพุทธศาสนา วัดแห่งนี้มีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำสมาธิและการเจริญสติ รายล้อมไปด้วยความงามของธรรมชาติและบรรยากาศที่เงียบสงบ ส่งเสริมการไตร่ตรองตนเองและความสงบภายใน

สถานปฏิบัติธรรมอันสงบร่มเย็น
วัดคลองขวาง เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีพระภิกษุสงฆ์ผู้มีประสบการณ์มาสอนทั้งวิธีนั่งสมาธิและเดินจงกรม บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมหลุดพ้นจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน และมุ่งความสนใจไปที่การเดินทางทางจิตวิญญาณได้อย่างเต็มที่ บริเวณวัดได้รับการออกแบบให้เงียบสงบ มีต้นไม้เขียวขจี และจัดวางพื้นที่ให้เอื้อต่อการทำสมาธิ

ตารางและกิจกรรมประจำวัน
วัดมีกิจกรรมประจำวันที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบ ได้แก่ การสวดมนต์ การทำสมาธิ และการฟังธรรมะ กิจกรรมเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เข้าใจหลักธรรมของพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นและช่วยให้จิตใจแจ่มใสขึ้น ผู้เข้าร่วมควรปฏิบัติธรรมอย่างสงบ (พูดจาให้น้อยที่สุด) เพื่อช่วยให้มีสติตลอดทั้งวัน

เหมาะสำหรับทุกระดับ
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เริ่มต้นหรือผู้ปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ วัดคลองขวางยินดีต้อนรับผู้ปฏิบัติธรรมทุกระดับ พระภิกษุเข้าถึงได้ง่ายและให้คำแนะนำที่เหมาะสม ทำให้วัดแห่งนี้เป็นพื้นที่เปิดสำหรับทุกคนในการเรียนรู้และเติบโตในการปฏิบัติธรรม

วิธีการเดินทาง
วัดคลองขวางเป็นวัดที่สามารถเดินทางไปได้สะดวกจากกรุงเทพฯ โดยอยู่ห่างจากจังหวัดนนทบุรีประมาณ 40 กิโลเมตร วัดนี้ตั้งอยู่ใกล้กับตัวเมืองจึงเหมาะแก่การไปปฏิบัติธรรมแบบไปเช้าเย็นกลับหรือพักผ่อนระยะยาวสำหรับผู้ที่ต้องการอุทิศเวลาให้กับการปฏิบัติธรรมมากขึ้น

สิ่งที่ต้องนำมา
ขอแนะนำให้ผู้เยี่ยมชมแต่งกายสุภาพ โดยผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมควรสวมเสื้อผ้าสีขาว นอกจากนี้ ขอแนะนำให้เตรียมสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน เช่น น้ำ เบาะรองนั่งสมาธิ และสิ่งของส่วนตัวอื่นๆ ที่จะทำให้การเข้าพักของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น

หากคุณต้องการฝึกฝนธรรมะให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นหรือเพียงแค่ต้องการพักผ่อนจากวิถีชีวิตในเมืองที่เร่งรีบ วัดคลองขวางเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเยี่ยมชม บรรยากาศที่เงียบสงบ ครูผู้สอนที่มีประสบการณ์ และโปรแกรมที่เป็นระบบทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเติบโตทางจิตวิญญาณและการค้นพบตัวเอง ไม่ว่าคุณจะมาพักเป็นเวลาหนึ่งวันหรือหลายสัปดาห์ เวลาที่คุณใช้ในวัดคลองขวางจะเป็นประสบการณ์ที่มีความหมายและเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ

5
money expo: วัยเกษียณอยากกู้เงิน ธนาคารไหนให้บ้าง เช็กเลย!!

เข้าสู่วัยเกษียณ แต่อยากลงทุนทำธุรกิจเล็กๆ จะหาเงินลงทุนจากไหนได้บ้าง… ถ้าพูดถึงคนวัยเกษียณ เป็นวัยที่มักจะมีเงินเก็บเพื่อใช้จ่ายยามบั้นปลาย แต่หากคิดจะลงทุนแล้วไม่อยากเอาเงินเก็บออกมาใช้ จะสามารถกู้เงินจากที่ไหนได้บ้าง ซึ่งโดยปกติการกู้เงินกับธนาคารจะมีกำหนดเงื่อนไขเรื่องของอายุของผู้กู้ ที่ส่วนใหญ่จะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี หรือตลอดระยะเวลาผ่อนชำระแล้วต้องไม่เกิน 60-65 ปีเป็นต้น แต่ก็ยังมีบางธนาคารที่ออกสินเชื่อเพื่อคนวัยเกษียณ โดยมีข้อกำหนด และเงื่อนไขเพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะ จะมีธนาคารไหนบ้าง วันนี้เรารวมมาให้เลือกแล้ว …

 ชื่อสินเชื่อ/ธนาคาร   เงื่อนไขสำคัญ

1. สินเชื่อข้าราชการบำนาญ : ธนาคารกรุงเทพ
สําหรับลูกค้ารายใหม่ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี 4.50% หลังจากนัน MRR-2.55% = 4.50% ตลอดอายุสัญญา (วันนี้ - 30 ก.ย. 67)
สําหรับลูกค้ารายเดิมที่ขอวงเงินกู้เพิ่ม = MRR-1.00% ตลอดอายุสัญญา (วันนี้ - 30 ก.ย. 67)
ผ่อนนานสูงสุด 30 ปี อายุผู้กู้ เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระแล้ว ไม่เกิน 90 ปี

2. สินเชื่ออเนกประสงค์สำหรับผู้รับบำนาญ บำเหน็จรายเดือน และผู้รับบำเหน็จพิเศษรายเดือน : ธนาคารกรุงไทย
ลูกค้ารายใหม่ที่สมัครสินเชื่อภายใน 31 ส.ค. 67 อัตราดอกเบี้ย 4.60% ต่อปี คงที่ตลอดอายุสัญญา
ลูกค้ารายเดิมขอ Top Up และ / หรือ ขอเพิ่มวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย MRR - 1.345% = 6.225% ต่อปี*
ผ่อนได้นานสูงสุดถึง 30 ปี

3. สินเชื่อสวัสดิการบำเหน็จตกทอด ทีทีบี : ธนาคารทหารไทยธนชาต
อัตราดอกเบี้ย MRR-1.525% ต่อปี (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 67 - 31 ส.ค. 67)
ผ่อนได้นานสูงสุดถึงอายุ 90 ปี

4. สินเชื่อเพื่อข้าราชการบำนาญ : ธนาคารทิสโก้
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ระหว่าง 4.50% - 6.15% ต่อปี
ระยะเวลาให้กู้ สูงสุดนาน 30 ปี หรืออายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกินอายุ 90 ปี

5. สินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ โดยใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกัน : ธนาคารออมสิน
โปรโมชันลูกค้ารายใหม่ อัตราดอกเบี้ย MRR - 2.455% ต่อปี (วันนี้ - 31 ส.ค. 67)
ลูกค้าปัจจุบันขอวงเงินกู้เพิ่ม อัตราดอกเบี้ย MRR - 1.995% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา (EIR 4.60%)
ระยะเวลาชำระเงินกู้ สูงสุดไม่เกิน 40 ปี

1. สินเชื่อข้าราชการบำนาญ : ธนาคารกรุงเทพ

 สินเชื่อข้าราชการบำนาญ ของธนาคารกรุงเทพ เป็นสินเชื่อเพื่อช่วยสานต่อให้ทุกฝันของข้าราชการผู้รับบำนาญเป็นจริง
เกษียณแล้ว ก็ยังกู้ได้ : ข้าราชการผู้รับบำนาญสามารถยื่นกู้เพื่อนำไปใช้จ่ายได้ตามต้องการ จะใช้จ่ายอุปโภคบริโภค ท่องเที่ยว หรือซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
วงเงินกู้สูงสุดไม่เกินยอดบำเหน็จตกทอดคงเหลือ ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน เพียงนำหนังสือรับรองสิทธิในบำเหน็จตกทอดมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
จ่ายเบาๆ เฉพาะดอกเบี้ย หรือชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ผ่อนน้อย ผ่อนนานสูงสุด 30 ปี
อัตราดอกเบี้ย :
สําหรับลูกค้ารายใหม่ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี 4.50% หลังจากนัน MRR-2.55% = 4.50% ตลอดอายุสัญญา (วันนี้ - 30 ก.ย. 67)
สําหรับลูกค้ารายเดิมที่ขอวงเงินกู้เพิ่ม = MRR-1.00% ตลอดอายุสัญญา (วันนี้ - 30 ก.ย. 67)
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาเท่ากับ 6.05% ต่อปี

 ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 29 เมษายน 2567 = 7.05% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้

 คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ :
มีสัญชาติไทย และเป็นข้าราชการผู้รับบำนาญ หรือลูกจ้างผู้รับบำเหน็จรายเดือน
อายุผู้กู้ เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระแล้ว ไม่เกิน 90 ปี
ไม่เป็นบุคคลล้มละลายในขณะยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร
มีความสามารถในการชำระคืนตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด

2. สินเชื่ออเนกประสงค์สำหรับผู้รับบำนาญ บำเหน็จรายเดือน และผู้รับบำเหน็จพิเศษรายเดือน : ธนาคารกรุงไทย

สินเชื่ออเนกประสงค์สำหรับผู้รับบำนาญ บำเหน็จรายเดือน และผู้รับบำเหน็จพิเศษรายเดือน ของธนาคารกรุงไทย เป็นสินเชื่อที่สามารถนำไปใช้จ่ายตามความต้องการทั่วไป หรือนำไปชำระหนี้ที่มีอยู่กับสถาบันอื่นได้
วงเงินสูง กู้ได้ 100% ของหนังสือรับรองสิทธิ
สามารถเลือกชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ย หรือ เลือกชำระเฉพาะดอกเบี้ยได้
ผ่อนได้นานสูงสุดถึง 30 ปี
อัตราดอกเบี้ยต่ำ
อนุมัติไวใน 1 วัน
อัตราดอกเบี้ย :
ลูกค้ารายใหม่ที่สมัครสินเชื่อภายใน 31 ส.ค. 67 อัตราดอกเบี้ย 4.60% ต่อปี คงที่ตลอดอายุสัญญา
ลูกค้ารายเดิมขอ Top Up และ / หรือ ขอเพิ่มวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย MRR - 1.345% = 6.225% ต่อปี*
*MRR =7.57% ต่อปี (ณ วันที่ 20 พ.ย. 66) / อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ / เงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาสินเื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด / กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

 คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ :
ไม่จำกัดอายุ
เป็นผู้รับบำนาญ บำเหน็จรายเดือน หรือบำเหน็จพิเศษรายเดือน จากกรมบัญชีกลาง
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ในขณะยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร

3. สินเชื่อสวัสดิการบำเหน็จตกทอด ทีทีบี : ธนาคารทหารไทยธนชาต

สินเชื่อสวัสดิการบำเหน็จตกทอด ทีทีบี เป็นสินเชื่อสำหรับข้าราชการบำนาญทหาร ที่ตอบโจทย์ทุกความจำเป็น เพื่อความสุขชีวิตหลังเกษียณ ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน ไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำ เพราะเป้าหมายของชีวิตหลังเกษียณ คือการไม่เป็นภาระลูกหลาน
กู้ได้สูงสุด 100% ตามหนังสือรับรองสิทธิ์บำเหน็จตกทอด
ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน และไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำ
ผ่อนได้นานสูงสุดถึงอายุ 90 ปี
อัตราดอกเบี้ย : อัตราดอกเบี้ย MRR-1.525% ต่อปี (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 67 - 31 ส.ค. 67)

MRR ประกาศธนาคาร ณ วันที่ 3 ต.ค.2566 = 7.83%

 คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ :
เป็นข้าราชการบำนาญทหาร
ไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน โดยรายได้ของผู้กู้ ให้คำนวณจากเงินบำนาญรายเดือนรวม กับเงินช่วยการครองชีพผู้รับบำนาญ (เงิน ช.ค.บ.)
รับเงินบำนาญผ่านบัญชีเงินฝาก ttb

4. สินเชื่อเพื่อข้าราชการบำนาญ : ธนาคารทิสโก้

 สินเชื่อเพื่อข้าราชการบำนาญ ธนาคารทิสโก้ เป้นสินเชื่อเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสใช้ชีวิตแบบที่คุณต้องการ หลังวัยเกษียณ
วงเงินให้กู้ สูงสุด 100% ตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็จตกทอดที่ออกโดยกรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานคลังจังหวัด
ระยะเวลาให้กู้ สูงสุดนาน 30 ปี หรืออายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกินอายุ 90 ปี
รับเงินไว ภายใน 1 วันทำการ หลังทราบผลอนุมัติ
หลักประกัน สิทธิ์ในบำเหน็จตกทอดไม่เกินจำนวนเงินตามหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็จตกทอด
การชำระเงินกู้ กรมบัญชีกลางได้ทำบันทึกข้อตกลงกับธนาคารและทำหน้าที่หักเงินบำนาญรายเดือนหรือผู้รับบำเหน็จรายเดือนของผู้กู้นำส่งชำระหนี้ให้กับธนาคารเป็นรายเดือน
อัตราดอกเบี้ย : อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ระหว่าง 4.50% - 6.15% ต่อปี

 อัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารทิสโก้ เท่ากับ 8.15% ต่อปี (ณ 15 ก.พ. 67) โดยอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้

 คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ :
มีสัญชาติไทย และเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำผู้รับบำนาญ (เป็นผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำเหน็จรายเดือนจากกรมบัญชีกลาง หรือสำนักงานคลังจำหวัด โดยมีหนังสือรับรองสิทธิ์บำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกัน)
อายุผู้กู้ เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระแล้ว ไม่เกิน 90 ปี
มีความสามารถในการชำระเงินคืนตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด

5. สินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ โดยใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกัน : ธนาคารออมสิน

สินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ โดยใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกัน จากธนาคารออมสิน เป็นสินเชื่อที่กู้ง่าย ตอบทุกโจทย์ความต้องการในวัยเกษียณ ด้วยสิทธิบำเหน็จตกทอด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เพื่อชำระหนี้สินเชื่ออื่นๆ หรือเพื่อเป็นเงินทุน หรือเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบวิชาชีพ
จำนวนเงินให้กู้
- ตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ ไม่เกินร้อยละ 100 ของจำนวนเงินบำเหน็จตกทอดที่กรมบัญชีกลาง/สำนักงานคลังจังหวัด รับรองสิทธิ
- กรณีลูกค้าปัจจุบันขอเพิ่มวงเงินกู้ เมื่อรวมยอดหนี้คงเหลือกับจำนวนเงินที่กู้เพิ่มเติม ต้องไม่เกินร้อยละ 100 ของจำนวนเงินบำเหน็จตกทอดที่กรมบัญชีกลาง/สำนักงานคลังจังหวัด รับรองสิทธิ
ระยะเวลาชำระเงินกู้ สูงสุดไม่เกิน 40 ปี
การชำระหนี้เงินกู้
- การผ่อนชำระเงินงวด ผู้กู้สามารถเลือกแบบชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หรือ แบบชำระเงินต้นบางส่วนและดอกเบี้ย
- การชำระหนี้ กรมบัญชีกลางหักเงินบำนาญหรือบำเหน็จรายเดือน และเงินได้อื่น เพื่อชำระหนี้ธนาคาร เป็นงวดรายเดือน

อัตราดอกเบี้ย :
โปรโมชันลูกค้ารายใหม่ อัตราดอกเบี้ย MRR - 2.455% ต่อปี (ระยะเวลาโปรโมชัน วันนี้ - 31 ส.ค. 67)
ลูกค้าปัจจุบันขอวงเงินกู้เพิ่ม อัตราดอกเบี้ย MRR - 1.995% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา (EIR 4.60%)
ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.595% ต่อปี (ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป) ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR) อยู่ระหว่าง 4.14% ถึง 4.60% ต่อปี คำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 20 ปี

 คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ :
เป็นข้าราชการบำนาญ หรือลูกจ้างประจำ ที่ได้รับหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็จตกทอดที่ออกให้โดยกรมบัญชีกลาง/สำนักงานคลังจังหวัด
เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้
เป็นผู้ฝากเงินประเภทเผื่อเรียกของธนาคาร
ดูรายละเอียดสินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการบำนาญและลูกจ้างประจำ โดยใช้บำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกัน ธนาคารออมสิน

 ดูสินเชื่อเงินสดทั้งหมดของธนาคารออมสิน
สรุปแล้ว ไม่ว่าเราจะมีอายุเท่าใด หากยังมีไฟในการทำงาน หรือยังมีความต้องการที่จะลงทุน เรายังสามารถขอสินเชื่อกับหลายๆ ธนาคารเพื่อนำเงินไปต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มเติมโดยไม่ต้องใช้เงินเก็บก้อนสำคัญอีกด้วยนะคะ แต่ที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อประเภทใด ควรศึกษาข้อมูลให้ดี ขอสินเชื่อเท่าที่จำเป็น และสามารถชำระคืนไหว เพื่อที่จะได้ไม่มีภาระหนี้สินคงค้างในระยะยาว

 หมายเหตุ :
รวบรวมข้อมูลรายละเอียดสินเชื่อ และอัตราดอกเบี้ย ณ วันที่ 6 สิงหาคม 2567
โปรดสอบถามรายละเอียด และเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติม จากธนาคารก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อ
กู้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนไหว
ดูสินเชื่อเงินสดทั้งหมด

6
LONG COVID 19 เจ็บ…แต่ไม่จบ – ภาวะลองโควิด อาการเรื้อรังที่ตามมาของคนเคยติดเชื้อโควิด-19

Long COVID คืออะไร?
การติดเชื้อโควิด-19 นับว่าเป็นโรคที่ส่งผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพราะว่าหลังจากรักษาหายแล้ว แต่หลายคนยังรู้สึกเหมือนยังไม่หายดี เพราะว่าระหว่างการติดเชื้อ ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อไปจับกับเซลล์โปรตีนของบางอวัยวะ ทำให้เกิดการอักเสบในร่างกาย เป็นผลให้อวัยวะนั้นๆ ได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย เช่น อาการปอดบวม หรือ เนื้อปอดถูกทำลาย โดยระดับความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในรักษา และการกำจัดเชื้อโควิดในร่างกาย เราเรียกภาวะนี้ว่า “โควิดระยะยาว (Long COVID)” โดยกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า สามารถพบได้ถึง 30-50% สาเหตุหลักมาจาก เครียดสะสม หรือเป็นผลข้างเคียงของยาที่ใช้ เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ โรคแฝง หรือบางรายอาจติดเชื้อโควิดซ้ำแต่คนละสายพันธุ์

Long COVID อาการเป็นอย่างไร?

Long COVID เป็นภาวะหรืออาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโควิด-19 หลังจากได้รับเชื้อนาน 4 สัปดาห์ไปจนถึง 12 สัปดาห์ขึ้นไป อาการที่พบมีหลากหลายและแตกต่างกัน

อาการที่พบบ่อยที่สุด มีตั้งแต่ไม่รุนแรงจนถึงทำให้ร่างกายทรุดโทรม และมีผลระยะยาวตั้งแต่หลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือนหลังหายจากโควิด-19 โดยอาการที่พบมากที่สุด คือ เหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ สมาธิสั้น ผมร่วง หายใจลำบาก หายใจไม่อิ่ม การรับรสชาติและการรับกลิ่นเปลี่ยนไป เจ็บหน้าอก หายใจถี่ ปวดตามข้อ ไอ ท้องร่วง กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีภาวะสมองล้า นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูง วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (Post-Traumatic Stress Disorder)
สามารถพบอาการของ Long COVID ในผู้ป่วยนอก 35 % และผู้ป่วยใน 87% โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจยาวนานถึง 3 เดือนขึ้นไป

ภาวะแทรกซ้อนของโควิด-19

เกิดขึ้นได้ในระยะ 1-2 เดือน มีตั้งแต่ อาการหอบเหนื่อย เพลีย พบพังผืดที่ปอด พบความผิดปกติที่ปอด เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน พบความผิดปกติเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด ภาวะติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราแทรกซ้อน เกิดการอักเสบภายในอวัยวะสำคัญ เช่น ตับอักเสบเฉียบพลัน การทำงานของไตบกพร่อง ไตวายเฉียบพลัน ปัญหาทางระบบประสาท กล้ามเนื้ออ่อนแรงจากการนอนในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน ภาวะซึมเศร้า โรคนอนไม่หลับ
ผู้ป่วยที่ได้รับยาในกลุ่มสเตียรอยด์ อาจจะมีอาการแสบกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน ระดับน้ำตาลไม่คงที่ และเบาหวาน

ใครคือกลุ่มเสี่ยง?

ผู้สูงอายุ เพศหญิงมากกว่าเพศชาย ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคเบาหวาน ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ที่เคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการไม่หนัก หรือผู้ป่วยติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ ก็สามารถมีโอกาสเกิดอาการ Long COVID ได้ แต่จะไม่พบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันจากการรับวัคซีน

ป่วยเป็นโควิดหายแล้ว ต้องดูแลตนเองอย่างไร?

หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอมาก เหนื่อยง่าย หรือรู้สึกอาการแย่ลง ควรรีบกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษา เช่น ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ลิ่มเลือดในปอดอุดตัน
ผู้ป่วยที่มีเชื้อลงปอด นอนโรงพยาบาลนาน ได้รับออกซิเจนหรือใช้เครื่องช่วยหายใจ ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการฟื้นฟูสมรรถภาพปอด
ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือพบโรคประจำตัวใหม่ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ ควรเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ผู้ป่วยที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโควิดหรือยังฉีดไม่ครบตามกำหนด ควรรับการฉีดวัคซีนได้ภายใน 1-3 เดือน หลังจากหายป่วย
ผู้ป่วยที่เพิ่งหาย ยังไม่แนะนำให้ออกกำลังกายมากหรือเหนื่อยเกินไป ควรปรับให้เป็นการออกกำลังแบบเบาๆ เช่น เคยวิ่งอาจปรับเป็นเดินก่อน เพื่อให้ปอดทำงานไม่หนักจนเกินไปและร่างกายค่อยๆ ฟื้นตัวและปรับตัวกลับสู่สภาวะที่แข็งแรง
ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง หรือมีอาการเล็กน้อย เมื่อหายจากการติดเชื้อแล้วควรสังเกตอาการของตนเอง หากรู้สึกว่าร่างกายยังอ่อนเพลีย การฟื้นตัวได้ไม่เท่าเดิม แนะนำตรวจสุขภาพ ตรวจเลือดเพื่อดูความผิดปกติของตับ ไต สารบ่งชี้การอักเสบต่างๆ เอกซเรย์ปอด เพื่อแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว

หลังการติดเชื้อโควิด ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานตามธรรมชาติและมักจะไม่ติดเชื้อโควิดซ้ำในช่วง 1-3 เดือนแรกหลังหายป่วย แต่ภูมิต้านทานจะค่อยๆ ลดลงและไม่คงอยู่ตลอด ทำให้มีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้อีกในอนาคต จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ เช่น ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70% รับประทานอาหารร้อน ช้อนกลาง และไม่ไปในแหล่งชุมชนแออัด หรือสถานที่อากาศไม่ถ่ายเท

ดังนั้น ผู้ที่หายจากโควิด-19 ต้องสังเกตตัวเองอย่างละเอียด ประเมินร่างกายตนเองอยู่เสมอ และฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายอย่างถูกต้อง หากมีอาการดังกล่าวข้างต้นที่รบกวนการใช้ชีวิต แนะนำให้พบและปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด และอาจจะต้องมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อทำการรักษาให้ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น อย่าปล่อยทิ้งไว้จนรุนแรงและเรื้อรัง ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียโอกาสในการรักษาและส่งผลเสียต่อสุขภาพที่มากขึ้นนั่นเอง

7
จัดฟันบางนา: ประเภทของการ จัดฟันแบบใส invisalign

การจัดฟันแบบใส invisalign เป็นการนำนวัตกรรมของอเมริกาเข้ามาช่วยในการรักษา ด้วยการออกแบบจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน จนไปถึงขั้นตอนการรักษา ถือเป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางคลีนิคเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์มาอย่างยาวนาน จึงสามารถวางแผนการรักษาของผู้เข้ารับการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดฟันแบบใส invisalign มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากของแต่ละบุคคลและผลการวินิจฉัยของทันตแพทย์ ว่า สภาพฟันของผู้เข้ารับการรักษาเหมาะสมที่จะทำการ จัดฟันแบบใส invisalign ในรูปแบบใด โดยมี 3 รูปแบบคือ การจัดฟันแบบใส invisalign full โดยการจัดฟันแบบนี้ จะมีเครื่องมือ 15 ชิ้นขึ้นไป ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฟันค่อนข้างมาก การจัดฟันแบบนี้จะสามารถแก้ปัญหาฟันได้ทุกกรณี ใช้เวลาการจัด 6 เดือนขึ้นไป

รูปแบบต่อมาคือ การจัดฟันแบบใส invisalign lite ใช้เครื่องมือการจัดฟันตั้งแต่ 7-14 ชิ้น เหมาะกับผู้ที่เคยเข้ารับการจัดฟันมาก่อน มีปัญหาฟันเพียงเล็กน้อย ใช้เวลาการจัดฟันประมาณ 4 เดือน และรูปแบบสุดท้าย การจัดฟันแบบใส invisalign i7 ซึ่งการจัดฟันแบบนี้จะมีเครื่องมือการจัดฟันเพียง 7 ชิ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อย ทันตแพทย์ของเราจะทำการช่วยเรียงฟันให้เข้ารูปเป็นปกติ ทั้งนี้ทางเรามีเจ้าหน้าที่คอยให้กับปรึกษาและแนะนำ หากต้องการจัดฟันแบบใส invisalign

8
วิธีขายอาหารออนไลน์โดยไม่ต้องมีหน้าร้านทำอาชีพเสริม ได้กำไรด้วยกลยุทธ์ที่ถูกต้อง

การขายอาหารออนไลน์โดยไม่ต้องมีหน้าร้านเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้เสริมที่น่าสนใจในยุคดิจิทัลนี้ ด้วยเงินลงทุนที่ไม่สูงมาก และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และรสชาติที่อร่อยถูกปาก ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับและแนวทางในการสร้างรายได้เสริมจากอาหารออนไลน์:

1. เลือกประเภทอาหารที่ใช่:

อาหารตามสั่ง:
ทำง่าย ใช้วัตถุดิบไม่มาก ตอบโจทย์คนทำงานที่ไม่มีเวลาทำอาหาร
อาหารคลีน/อาหารเพื่อสุขภาพ:
ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ มีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน สามารถสร้างแบรนด์และเรื่องราวของร้านได้
ขนมโฮมเมด:
ลงทุนน้อย ใช้อุปกรณ์ในครัวที่มีอยู่แล้ว สามารถสร้างสรรค์เมนูขนมได้หลากหลาย เหมาะสำหรับคนที่มีทักษะการทำขนม
อาหารแปรรูป:
สามารถเก็บรักษาได้นาน มีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย สามารถขายผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ได้
อาหารทานเล่น/ของว่าง:
ทำง่าย ใช้วัตถุดิบไม่มาก เหมาะสำหรับขายในตลาดนัด หรือจัดส่งตามออเดอร์


2. สร้างความแตกต่างและคุณภาพ:

สูตรลับและเอกลักษณ์:
คิดค้นสูตรอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
วัตถุดิบคุณภาพ:
เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดีและสดใหม่ จะช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยและถูกปากลูกค้า
บรรจุภัณฑ์:
เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สะอาด ปลอดภัย และสวยงาม เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า
ความสะอาด:
รักษาความสะอาดของวัตถุดิบ อุปกรณ์ และสถานที่ทำอาหาร สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า


3. ใช้ประโยชน์จากช่องทางออนไลน์:

แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่:
เข้าร่วมแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ที่ได้รับความนิยม เพื่อเพิ่มช่องทางการขาย และเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
โซเชียลมีเดีย:
สร้างเพจหรือบัญชีบนโซเชียลมีเดีย เพื่อโปรโมทร้านค้า และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
เว็บไซต์ (ถ้ามี):
สร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และอำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อ


4. การตลาดออนไลน์:

รูปภาพและวิดีโอ:
ถ่ายภาพอาหารให้สวยงามน่ารับประทาน และทำวิดีโอแนะนำเมนูหรือขั้นตอนการทำอาหาร
โปรโมชั่นและส่วนลด:
จัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ และมอบส่วนลดสำหรับลูกค้าประจำ
รีวิวและคะแนน:
ให้ความสำคัญกับรีวิวและคะแนนจากลูกค้า และตอบคำถามหรือแก้ไขปัญหาของลูกค้าอย่างรวดเร็ว


5. การจัดการและบริการ:

การจัดการออเดอร์:
ตรวจสอบออเดอร์อย่างละเอียดและแม่นยำ และเตรียมอาหารให้รวดเร็วและตรงเวลา
การจัดส่ง:
เลือกใช้บริการจัดส่งที่น่าเชื่อถือ และแจ้งสถานะการจัดส่งให้ลูกค้าทราบ
บริการลูกค้า:
ใส่ใจในการบริการและตอบคำถามของลูกค้าอย่างรวดเร็ว และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า


6. เคล็ดลับเพิ่มเติม:

สร้างเรื่องราวและเอกลักษณ์ของร้านค้า:
สร้างเรื่องราวและเอกลักษณ์ของร้านค้า เพื่อสร้างความน่าสนใจและดึงดูดลูกค้า
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์:
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์ เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม
พัฒนาตัวเองและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ:
พัฒนาตัวเองและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารออนไลน์อาจต้องใช้ความอดทนและการปรับตัว แต่ด้วยการวางแผนที่ดีและใส่ใจในคุณภาพ คุณก็สามารถสร้างรายได้เสริมที่มั่นคงได้

9
townhouse ไลโอ รังสิต-บางพูน2 (Lio Rangsit - Bangpoon 2)
เริ่มต้น 1.99 ลบ. 

ไลโอ รังสิต-บางพูน2 (Lio Rangsit - Bangpoon 2)
ไลโอ รังสิต-บางพูน2 ทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ French Colonial Style ภายใต้แบรนด์ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ โดยมี Concept

Made for Happiness "เพราะความสุข เริ่มต้นที่บ้าน"
Made for Freedom "อิสระทุกจังหวะชีวิต"
Made for Convenience "เดินทางสะดวก ไปไหนก็สบาย"
Made for Living "เพื่อการอยู่อาศัย ที่ลงตัว"

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ                ไลโอ รังสิต-บางพูน2 (Lio Rangsit - Bangpoon 2)
 เจ้าของโครงการ           ลลิลพร็อพเพอร์ตี้
 แบรนด์ย่อย                 ไลโอ
 ราคา                        เริ่มต้น 1.99 ลบ.

 ประเภทบ้าน               ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม (Townhouse Townhome)
 ลักษณะทำเล              บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ             19 ไร่ 17 ตร.ว.
 จำนวนบ้าน                 210 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด          2 แบบ
  เนื้อที่บ้าน               โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 พื้นที่ใช้สอย              ตั้งแต่ 105 ถึง 125 ตร.ม.
 จำนวนชั้น                2 ชั้น
 หน้ากว้าง                   โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน             ตั้งแต่ 3 ถึง 4 ห้อง
 จำนวนที่จอดรถ             ตั้งแแต่ 1 ถึง 2 คัน
 สาธารณูปโภค              สวนสาธารณะ, คลับเฮาส์, ฟิตเนส, รปภ., CCTV

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน            ปทุมธานี, คลองหลวง, ธัญบุรี, ลำลูกกา
 ที่ตั้ง            ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000

 ขนส่งสาธารณะ
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม, สถานี(หมอชิต - คูคต)(คูคต)
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม, สถานี(บางซื่อ - รังสิต)(รังสิต)
ใกล้ทางด่วน (ทางด่วนอุดรรัถยา, ดอนเมืองโทลล์เวย์)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
1. Future Park รังสิต
2. ทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์)
3. ทางด่วนอุดรรัถยา (บางพูน)
4. รถไฟฟ้าสายสีแดง (รังสิต)
5. รถไฟฟ้าสายสีเขียว (คูคต)
6. สนามบินนานาชาติดอนเมือง
7. โรงเรียนสายปัญญารังสิต
8. โรงเรียนหอวังปทุมธานี
9. โรงเรียนหอวังนนทบุรี
10. โรงเรียนโชคชัย รังสิต
11. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
12. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
13. มหาวิทยาลัยรังสิต
14. โรงพยาบาลปทุมเวช
15. โรงพยาบาลบางประกอก รังสิต
16. โรงพยาบาลเปาโล รังสิต
17. โรงพยาบาลภัทรธนบุรี
18. โรงพยาบาลราชวิถี 2
19. โรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส

10
ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง: สายตาสั้น (Myopia/Nearsightedness)

สายตาสั้น เป็นความผิดปกติของสายตา ที่มีอาการมองใกล้ชัด แต่มองไกลไม่ชัด เป็นภาวะที่พบได้บ่อย (พบได้ประมาณร้อยละ 25 ของเด็กในวัยเรียน) อาจเป็นเพียงตาข้างเดียว หรือ 2 ข้างก็ได้ และสายตาทั้ง 2 ข้างอาจจะสั้นไม่เท่ากันก็ได้

โรคนี้มักพบเป็นกันหลายคนในหมู่ญาติพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน

สายตาสั้น แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ สายตาสั้นชนิดไม่รุนแรง (ซึ่งพบเห็นเป็นส่วนใหญ่ มีภาวะสายตาสั้นไม่รุนแรง และไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง) และสายตาสั้นชนิดรุนแรง (ซึ่งพบได้น้อย สายตาสั้นค่อนข้างมากถึงรุนแรง และมักมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง)

สาเหตุ

สายตาสั้น มีสาเหตุจากกระจกตามีความโค้งมากกว่าปกติ ซึ่งมีกำลังในการหักเหแสงมากขึ้น ทำให้จุดรวมแสงของภาพของวัตถุที่อยู่ไกลตกอยู่ข้างหน้าจอตา ไม่ตกตรงจอตาพอดี จึงมีอาการมองไกล ๆ ไม่ชัด

  สายตาสั้นยังอาจเกิดจากกระบอกตามีความยาว (ระยะจากกระจกตาถึงจอตา) มากกว่าปกติ ทำให้จุดรวมแสงของภาพของวัตถุที่อยู่ไกลตกไม่ถึงจอตา ทำให้เกิดอาการมองไกลไม่ชัด มักทำให้มีสายตาสั้นที่ค่อนข้างมากถึงรุนแรง

เชื่อว่าความผิดปกติดังกล่าวเป็นสิ่งที่เป็นมาแต่กำเนิดโดยธรรมชาติของคนคนนั้น อาจมีความสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์และเชื้อชาติ

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดอาการสายตาสั้น ได้แก่ การใช้เวลามากในการเพ่งมองวัตถุที่อยู่ใกล้ (เช่น การอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ดูจอคอมพิวเตอร์) หรือการเล่นสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน ๆ เป็นประจำ การใช้เวลาในที่กลางแจ้งน้อย

อาการ

สายตาสั้น จะมีอาการมองไกล ๆ (เช่น มองกระดานดำ ดูโทรทัศน์) ไม่ชัด ต้องคอยหยีตา แต่มองใกล้ (เช่น อ่านหนังสือ ดูจอคอมพิวเตอร์) ได้ชัดเจน

  ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะหรือตาล้าจากการเพ่งมองวัตถุที่อยู่ไกล

เด็กที่มีสายตาสั้น อาจมีอาการกะพริบตาบ่อย ใช้นิ้วขยี้ตาบ่อย นั่งดูทีวีใกล้จอ และถ้าสายตาสั้นมาก ๆ อาจมีอาการตาเขร่วมด้วย

สำหรับสายตาสั้นชนิดไม่รุนแรง จะเริ่มมีอาการแสดงในระยะที่เริ่มเข้าโรงเรียน และจะค่อย ๆ เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งอายุ 25 ปีจึงอยู่ตัวไม่สั้นมากขึ้น สายตาสั้นชนิดนี้จะไม่สั้นมาก และไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง

  ในรายที่เป็นสายตาสั้นชนิดรุนแรง ซึ่งมักเกิดจากมีกระบอกตายาวกว่าปกติมากและอาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง อาจพบว่าในระยะแรกจะมีอาการสายตาสั้นคล้ายชนิดไม่รุนแรง แต่จะมีสายตาสั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่มากขึ้น แม้เลยวัย 25 ปีไปแล้ว หรืออาจพบมีอาการสายตาสั้นขนาดมาก ๆ มาตั้งแต่อายุน้อย (ในวัยรุ่น) จะสังเกตเห็นเมื่อเด็กเริ่มหัดเดิน มักจะเดินชนถูกสิ่งกีดขวาง หกล้มบ่อย ๆ หรือเวลามองดูอะไรต้องเข้าไปใกล้ ๆ จนตาแทบชิดกับวัตถุที่มอง ต้องสวมแว่นหนา ๆ อาจต้องเปลี่ยนแว่นแรงขึ้นเรื่อย ๆ

  สายตาสั้นชนิดรุนแรงที่พบตั้งแต่วัยเด็กดังกล่าว เรียกว่า "สายตาสั้นชนิดร้าย (malignant myopia)" เป็นภาวะที่พบได้น้อย มีความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

ภาวะแทรกซ้อน

ความบกพร่องในการมองเห็น ทำให้เกิดความบกพร่องในการเรียนและการทำงาน และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย (เช่น ขณะขับรถ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร)

เด็กเล็กที่มีสายตาสั้นมาก ๆ อาจเกิดอาการตาเขได้

สำหรับสายตาสั้นชนิดรุนแรง อาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาฉีกขาดหรือหลุดลอก เลือดออกที่จอตา เป็นต้น ทำให้ตาบอดได้

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยด้วยการใช้เครื่องตรวจวัดสายตาและการตรวจสุขภาพตาซึ่งมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน และอาจวัดสายตาด้วยการทดลองให้มองผ่านเลนส์หลาย ๆ ขนาดเพื่อหาขนาดที่ให้ความคมชัดที่สุด

บางครั้งแพทย์อาจให้ยาหยอดตาขยายรูม่านตา เพื่อเปิดมุมกว้างสำหรับการตรวจภายในลูกตาได้ละเอียด อาจทำให้เห็นแสงจ้า หรือรู้สึกตาพร่ามัวอยู่สักพักใหญ่ และจะหายดีหลังจากยาหมดฤทธิ์

การรักษาโดยแพทย์

ถ้ามีอาการเล็กน้อย และไม่มีอุปสรรคต่อการเรียนหรือการทำงาน แพทย์อาจแนะนำให้เฝ้าสังเกตอาการและนัดมาตรวจวัดสายตาเป็นระยะ

สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเรียนหรือการทำงาน แพทย์จะทำการแก้ไขด้วยการให้ผู้ป่วยใส่แว่นชนิดเลนส์เว้า หรือเลนส์สัมผัสหรือคอนแทคเลนส์* ตามขนาดสายตาที่ตรวจวัดได้

ในผู้ที่เป็นสายตาสั้นชนิดรุนแรง แพทย์จะนัดมาตรวจวัดสายตา ปรับเปลี่ยนแว่น และตรวจดูภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดตามมาเป็นระยะ

  แพทย์อาจให้การรักษาด้วยการผ่าตัดร่วมกับการใช้เลเซอร์ เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาให้จุดรวมแสงตกบนจอตาพอดี สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 20 ปี มีสายตาที่คงที่แล้ว และไม่มีภาวะที่เป็นข้อห้ามในการทำการผ่าตัด การรักษาด้วยการผ่าตัดแบบนี้มีอยู่หลายวิธี

  ที่นิยมได้แก่ วิธีที่เรียกว่า เลสิก (LASIK ซึ่งย่อมาจาก laser assisted in situ keratomileusis) โดยแพทย์จะใช้มีดเฉพาะ (microkeratome) ฝานกระจกตาโดยรอบ และใช้เลเซอร์ (excimer laser) ยิงให้กระจกตาส่วนที่อยู่ตรงกลางแบนลงให้ได้ขนาดที่เหมาะกับระดับของสายตาสั้น

นอกจากนี้ แพทย์อาจรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ** รวมทั้งการผ่าตัดฝังเลนส์เทียม (intraocular lens implant/IOL) โดยแพทย์จะผ่ากระจกตาเป็นรอยเล็ก ๆ แล้วฝังเลนส์ตาเทียมเข้าไปในตาของผู้ป่วย ซึ่งช่วยให้จุดรวมแสงของภาพของวัตถุที่อยู่ไกลตกตรงจอตา ทำให้มองเห็นได้ชัดขึ้น

ผลการรักษา ส่วนใหญ่ช่วยให้มีสายตาเป็นปกติ สำหรับสายตาสั้นชนิดรุนแรงซึ่งพบได้เป็นส่วนน้อยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

*ผู้ที่มีสายตาผิดปกติ บางคนอาจนิยมใส่เลนส์สัมผัสหรือคอนแท็กต์เลนส์ (contact lenses) ซึ่งมีให้เลือกอยู่หลายชนิด การใช้เลนส์สัมผัสมีข้อควรระวังในการใช้และการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าการใส่แว่น หากใช้ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ตาและแผลกระจกตา (corneal ulcer) ได้ ก่อนใช้ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีอาการผิดปกติ เช่น รู้สึกเคืองตา น้ำตาไหลมากกว่าปกติ ตาแดง ตามัว เป็นต้น ควรถอดเลนส์สัมผัสออก และไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

**ในปัจจุบัน นอกจากเลสิก (LASIK) แล้ว ยังมีวิธีใหม่ ๆ ในการรักษาสายตาสั้นอีกหลายวิธี เช่น Laser-assisted subepithelial keratectomy (LASEK), Photorefractive keratectomy (PRK), Small incision lenticule extraction (SMILE) เป็นต้น ซึ่งมีข้อดี ข้อเสีย ข้อห้ามและข้อควรระวังต่าง ๆ กันไป ควรปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ได้ความชัดเจนว่าวิธีไหนที่เหมาะกับสภาพของผู้ป่วยแต่ละราย

การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการมองไกลไม่ชัด เด็กมีอาการกะพริบตาหรือขยี้ตาบ่อย ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นสายตาสั้น ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ 
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด


ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการสายตาสั้นมากขึ้น หรือใส่แว่นสายตาแล้วยังมองเห็นไม่ชัด
    มีอาการตาล้า หรือปวดศีรษะบ่อย
    สงสัยมีภาวะแทรกซ้อนหรือความผิดปกติอื่น ๆ เช่น ปวดศีรษะมาก ปวดตามาก ตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน เห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลช หรือเห็นจุดดำคล้ายเงาหยากไย่หรือแมลงลอยไปมา เป็นต้น


การป้องกัน

ยังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผล เนื่องจากเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างตาที่เป็นมาแต่กำเนิด

อาจลดความเสี่ยงของการเกิดอาการสายตาสั้นลงด้วยการปฏิบัติตัวดังนี้

1. การส่งเสริมให้เด็กวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวช่วงต้นใช้เวลาอยู่ในที่กลางแจ้งให้มากขึ้น โดยสันนิษฐานว่า แสงอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด มีส่วนช่วยยับยั้งไม่ให้กระบอกตามีความยาวมากกว่าปกติ จึงช่วยลดการเกิดสายตาสั้นได้*

2. ดูแลสุขภาพตา เพื่อป้องกันไม่ให้สายตาแย่ลง โดยการปฏิบัติตัวดังนี้

    หมั่นออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ และบริโภคอาหารสุขภาพ โดยลดของมัน ของหวาน ของเค็ม และกินผัก ผลไม้และปลาให้มาก ๆ
    ลดการสัมผัสรังสีอัลตราไวโอเลต โดยการสวมแว่นตากันแดดเวลาออกกลางแดดจ้า
    ใส่แว่นสายตาที่เหมาะกับระดับสายตา
    ใส่อุปกรณ์ป้องกันตาเวลาทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของตา (เช่น เล่นกีฬา ตัดหญ้า ทาสี หรือการสัมผัสสารเคมี)
    ควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง (ถ้าเป็นโรคเหล่านี้)
    ป้องกันอาการตาล้า โดยการพักตาเวลาใช้สายตามาก (เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ดูจอคอมพิวเตอร์) ทุก ๆ 20 นาที ให้มองวัตถุที่อยู่ห่างระยะ 20 ฟุต นาน 20 วินาที
    ทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตา (เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ) ในที่ที่มีแสงสว่างที่มากพอ
    หมั่นตรวจเช็กสุขภาพตา (ตามที่แพทย์แนะนำ)


ข้อแนะนำ

1. ผู้ที่มีสายตาสั้นชนิดไม่รุนแรง อาจไม่ทราบว่าตัวเองมีสายตาผิดปกติเนื่องจากไม่มีอาการที่เด่นชัด ดังนั้น แนะนำว่าคนทั่วไปทั้งเด็กและผู้ใหญ่ควรตรวจวัดสายตาเป็นระยะ ตามโรงเรียนต่าง ๆ ควรมีแผ่นวัดสายตา (ที่นิยมใช้กันคือ Snellen chart) ไว้ตรวจวัดสายตานักเรียนทุกคน ถ้าพบว่าผิดปกติ จะได้ส่งเด็กไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล

  2. ผู้ที่เป็นสายตาสั้น จะใส่แว่นประจำหรือไม่ก็ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสายตา ความเชื่อที่ว่าใส่แว่นประจำหรือเปลี่ยนแว่นบ่อย ๆ ทำให้ตาสั้นมากขึ้นจึงไม่เป็นความจริง ถ้าสายตาจะสั้นมากขึ้นก็เพราะธรรมชาติของคนคนนั้น โดยทั่วไปเมื่ออายุประมาณ 25 ปี สายตามักจะอยู่ตัว ไม่ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย

11
คอนโดติดรถไฟฟ้า พินน์ ปรีดี 20 (pynn Pridi 20)
เริ่มต้น 6.3 ลบ.

พินน์ ปรีดี 20 (pynn Pridi 20)
โครงการคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แห่งใหม่จาก แสนสิริ "พินน์ ปรีดี 20" มากับแนวคิดโครงการ "Pin Your Owned ปักหมุดชีวิต ใจกลางเมือง" คอนโดมิเนียม Low-Rise ผ่านดีไซน์ Modern classic ที่สะท้อนความโดดเด่นรูปแบบสถาปัตยกรรมของย่านปรีดีในอดีต ทั้งในแง่ของไลฟ์สไตล์ ศิลปะ รวมถึงการใช้ชีวิตที่อบอุ่น และเงียบสงบ กับความเป็นส่วนตัวเพียง 36 ยูนิต

 รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ                 พินน์ ปรีดี 20 (pynn Pridi 20)
 เจ้าของโครงการ            แสนสิริ
 แบรนด์ย่อย                  พินน์
 ราคา                          เริ่มต้น 6.3 ลบ.

 ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.         โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ลักษณะทำเล                คอนโดในเมือง
 ความสูงคอนโด               Low Rise (ไม่เกิน 8 ชั้น)
 ลักษณะกรรมสิทธิ์          โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ประเภทห้องที่มี            1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน
 ขนาดห้องที่มี               ตั้งแต่ 33.50 ถึง 75.50 ตร.ม.
 เนื้อที่ทั้งหมด                2 งาน
 จำนวนตึก                    1 อาคาร
 จำนวนชั้น                    7 ชั้น
 จำนวนห้อง                   36 ยูนิต
 ที่จอดรถทั้งหมด             ประมาณ 94%
 ค่าบำรุงส่วนกลาง           โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค               โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ

 สถานที่ใกล้เคียง
 โซน           ประเวศ, พระโขนง, สวนหลวง
 ที่ตั้ง           ซอยปรีดี พนมยงค์ 20 ตำบลพระโขนง อำเภอพระโขนง จังหวัดกรุงเทพมหานคร

 ขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า:        ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม, สถานีหมอชิต - แบริ่ง(อ่อนนุช), ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าAirport Rail Link, สถานี(สถานีปัจจุบัน)(รามคำแหง)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
ดับเบิลยู ดิสทริค 1.6 กม.
ฮาบิโตะ มอลล์ T77 2 กม.
เกทเวย์ เอกมัย 2.5 กม.
เซ็นจูรี เดอะมูฟวีพลาซ่า สุขุมวิท(อ่อนนุช) 2.6 กม.
ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ 4.8 กม.
 โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส 120 เมตร
โรงเรียนนานาชาติเอกมัย 1.6 กม.
โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ 2 กม.
โรงพยาบาลสุขุมวิท 1.9 กม.
โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 2.3 กม.
โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท 3.4 กม.
โรงพยาบาลกรุงเทพ 5.8 กม.

12
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ


13
ปล่อยรถป้ายแดง Mazda CX-30 2.0 SP ไมล์น้อย พร้อมฟรี ประกันชั้น 1

มาสด้า Mazda-CX-30 2.0 SP-ปี 2022
MAZDA CX-30 รุ่น 2.0 SP มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร มีดีไซน์ที่โดดเด่นเหนือระดับรวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับพรีเมี่ยม อาทิ หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า, ระบบเสียง BOSE® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง , ระบบแสดงภาพ 360 องศารอบทิศทาง และระบบ i-Activsense มากถึง 11 ระบบ ยังคงเป็นรุ่นที่เน้นความสมบูรณ์แบบมอบความพรีเมี่ยมและความปลอดภัยเหนือกว่ารถในระดับเดียวกันมากที่สุด

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2567 - 31 มี.ค. 2568
พิเศษสำหรับลูกค้า Checkraka รับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท
พร้อมฟรี ประกันชั้น 1, ฟิล์มกรองแสงเซรามิค

ราคาพิเศษ 999,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์            Mazda
   รุ่น                 มาสด้า Mazda-CX-30 2.0 SP-ปี 2022
   ประเภทรถ        รถอเนกประสงค์ SUV
   ปีที่เปิดตัว         2022



14
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
เรา
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”

สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


15
ลักษณะฟันของเด็ก ที่ควรเข้ารับการจัดฟันเด็ก

เด็กๆหลายคนที่มีปัญหาในเรื่องของฟัน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างของฟัน หรือลักษณะของฟันที่มีการขึ้นที่ผิดปกติ อาจจะมีความรู้สึกไม่มั่นใจและยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร หรือการทำความสะอาดช่องปากและฟัน ในแง่ของการรับประทานอาหาร ปัญหาฟันอาจจะทำให้เด็กบดเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ และในแง่ของการทำความสะอาด ถ้าหากเรามีฟันที่ซ้อนเก ก็จะทำให้ทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ ดังนั้น การที่เรามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย ถือว่าเราได้เปรียบในหลายๆด้าน แถมยังทำให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย ในเรื่องของลักษณะของฟันของเด็กนั้น ก็มีความแตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่า ลักษณะของการขึ้นของฟันที่มีความผิดปกติ ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก ซึ่งการแก้ไขลักษณะฟัน

สามารถแก้ไขได้ด้วยเข้ารับการ จัดฟันในเด็ก ซึ่งต้องบอกว่าเป็นการจัดฟันที่มีประสิทธิภาพและมีผลการรักษาที่แม่นยำ เพราะการจัดฟันในเด็ก จะดีกว่าการจัดฟันในตอนโต ดังนั้น ประสิทธิภาพก็จะดีกว่า ทั้งยัง เป็นการช่วยส่งเสริมให้เด็กหันมาดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันตั้งแต่เด็กๆด้วย ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด ที่อยากพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็ควรที่จะศึกษาข้อมูลให้ดี หาคลินิกทันตกรรมที่มีความน่าเชื่อถือ มีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยต่อตัวเด็กด้วย


ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กนั้น  พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะดูแลเอาใจใส่ หมั่นสังเกตพฤติกรรมและสังเกตรูปร่างฟันของลูก ถ้าหากพบสัญญาณความผิดปกติขิงลักษณะของฟัน ก็ควรพาบุตรหลานเข้าพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจช่องปาก เพื่อที่จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาฟันในอนาคต สำหรับวันนี้ทางคลินิก เราจะมาพูดถึงเรื่องของลักษณะของฟันที่มีความผิดปกติของเด็ก ที่ควรที่จะเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาทำให้บุตรหลานของท่านได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้เป็นแนวทางในการสังเกตลักษณะฟันของเด็กที่มีความผิดปกติ

เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น สำหรับลักษณะฟันของเด็กที่มีความผิดปกติที่ควรจะเข้ารับการจัดฟันในเด็ก นั่นก็คือ ฟันแท้มีช่องห่าง อาจเกิดจากฟันมีขนาดเล็กผิดปกติ หรือเกิดฟันบางซี่หายไป ดังนั้น จึงควรนำบุตรหลานของท่าน เข้าตรวจกับทันตแพทย์ ต่อมาฟันบนครอบฟันล่างลึก ในส่วนของฟันสบลึกนั้น หากไม่ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว เมื่อเด็กโตขึ้น อาจมีผลต่อการสบฟัน การหายใจ รวมถึงปัญหาต่อข้อต่อขากรรไกรด้วย

ต่อมาลักษณะฟันล่างสบครอบฟันบน ที่เกิดจากการสบฟันที่ผิดปกติ ทำให้ขากรรไกรบนไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ เมื่อโตขึ้นจะมีขากรรไกรล่างยื่น และต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดขากรรไกร ร่วมกับการจัดฟันในเด็ก ต่อมาฟันหลังล่าง สบคร่อมฟันบน ปัญหาในลักษณะนี้ สามารถแก้ไขได้โดยง่าย แต่หากปล่อยหรือละเลยไม่แก้ไข เด็กจะมีปัญหาการสบฟันและปัญหาฟันอย่างมากมายเลยทีเดียว และลักษณะฟันที่มักพบได้บ่อยอีกลักษณะหนึ่งก็คือ ฟันหน้าเหยิน ฟันยื่น ซึ่งเกิดจากการเจริญเติบโตของขากรรไกรที่ผิดปกติสามารถแก้ไขได้ด้วยการเข้ารับการจัดฟันในเด็ก

อย่างไรก็ตาม หากปัญหาในเรื่องของลักษณะฟันที่มีความผิดปกติในเด็ก ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ด้วยการจัดฟันในเด็ก ก็จะทำให้สามารถรักษาให้เป็นปกติได้ ดังนั้น พ่อแม่ควรดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก เพื่อที่จะได้สังเกตอาการ เพื่อเข้ารับการแก้ไขทันที หากสนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดฟันในเด็ก เพื่อให้เด็กๆได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี มีความมั่นใจ สามารถยิ้มได้อย่างมั่นใจ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หน้า: [1] 2 3 ... 45