แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - radnana

หน้า: [1] 2 3
1



การวางแผนภาษีเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวควรให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องยื่นภาษีประจำปี การลดหย่อนภาษีสามารถช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ในบทความนี้เราจะพูดถึง 5 วิธีที่ช่วยให้ครอบครัวของคุณสามารถลดหย่อนภาษีได้ง่ายขึ้น

## 1. ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับบุตร

การมีบุตรสามารถช่วยให้คุณลดหย่อนภาษีได้ โดยคุณสามารถขอรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งจะช่วยลดฐานภาษีของคุณได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ หากบุตรของคุณเรียนต่อในระดับอุดมศึกษายังสามารถขอรับสิทธิ์ลดหย่อนเพิ่มเติมได้อีกด้วย

## 2. การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

การลงทุนใน RMF เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คุณลดหย่อนภาษีได้ โดยคุณสามารถนำเงินที่ลงทุนใน RMF มาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี นอกจากนี้ การลงทุนใน RMF ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเกษียณอายุในอนาคต

## 3. ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

การทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณมีความคุ้มครองในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด แต่ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยคุณสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนด

## 4. ค่าใช้จ่ายในการศึกษา

หากคุณมีบุตรที่กำลังศึกษาอยู่ คุณสามารถนำค่าใช้จ่ายในการศึกษาไปหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งรวมถึงค่าเล่าเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การใช้สิทธิ์นี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้อย่างมาก

## 5. การบริจาคเพื่อการกุศลระบบ e-donation วัด บริจาคออนไลน์

การบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้กับองค์กรการกุศล สามารถช่วยให้คุณลดหย่อนภาษีได้ ทั้งทางตรงและระบบทําบุญออนไลน์ โดยคุณสามารถนำจำนวนเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนด การบริจาคไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณประหยัดภาษี แต่ยังเป็นการทำบุญและช่วยเหลือสังคมในเวลาเดียวกัน

การลดหย่อนภาษีสำหรับครอบครัวไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้จักวิธีการและสิทธิ์ที่สามารถใช้ได้ การวางแผนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากขึ้นในระยะยาว อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์และวิธีการลดหย่อนภาษีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ และหากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษี สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

2

อาหารตอนเช้าเป็นมื้ออาหารที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ความสำคัญของมันนั้นไม่ควรถูกละเลย อาหารเช้าไม่เพียงแต่ช่วยเติมพลังให้กับร่างกายหลังจากการนอนหลับ แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม ในบทความนี้เราจะมาสำรวจ 5 ประโยชน์อาหารเช้าที่คุณไม่ควรมองข้าม เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

 1. ช่วยเพิ่มพลังงานและสมาธิ

การรับประทานอาหารเช้าจะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ อาหารเช้าที่มีสารอาหารครบถ้วน เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันที่ดี จะช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มสมาธิและความสามารถในการเรียนรู้ในช่วงเช้า

 2. ช่วยควบคุมน้ำหนัก

การรับประทานอาหารเช้าสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายการศึกษาพบว่าผู้ที่รับประทานอาหารเช้ามักจะมีแนวโน้มที่จะบริโภคแคลอรี่น้อยลงในช่วงวัน เนื่องจากอาหารเช้าช่วยลดความหิวและทำให้ไม่รู้สึกอยากกินอาหารว่างที่ไม่ดีต่อสุขภาพในระหว่างวัน การเลือกอาหารเช้าที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ข้าวโอ๊ตหรือผลไม้ จะช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น

 3. ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด

การรับประทานอาหารเช้าที่มีคุณภาพสามารถช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือดได้ อาหารเช้าที่มีโปรตีนและไขมันดีจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานประเภท 2 และช่วยลดอาการหิวในช่วงกลางวัน การเลือกอาหารเช้าที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ขนมปังโฮลเกรน จะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ผันผวน

 4. ส่งเสริมสุขภาพหัวใจ

การรับประทานอาหารเช้าที่มีไขมันดี เช่น อะโวคาโด ถั่ว หรือปลา สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจได้ อาหารเช้าที่มีสารอาหารที่ดีต่อหัวใจจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

 5. ส่งเสริมสุขภาพจิต

อาหารเช้าที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตอีกด้วย การรับประทานอาหารเช้าที่มีสารอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยลดความเครียดและอาการซึมเศร้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอนและเมล็ดเจีย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพสมอง

อาหารเช้าเป็นมื้ออาหารที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของเราอย่างมาก การรับประทานอาหารเช้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการสามารถช่วยเพิ่มพลังงาน ควบคุมน้ำหนัก ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด ส่งเสริมสุขภาพหัวใจ และสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ดังนั้น อย่าลืมให้ความสำคัญกับมื้ออาหารประโยชน์ของอาหารเช้า ในทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว





3

การออมเงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เป็นวิธีการที่หลายคนเลือกใช้เพื่อเก็บเงินและสร้างผลตอบแทนจากการออมเงิน โดยเฉพาะในยุคที่อัตราดอกเบี้ยมีความสำคัญต่อการวางแผนการเงินของเรา ในบทความนี้ เราจะมาศึกษาวิธีการคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อย่างง่าย เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 1. ความหมายของดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์
ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์คือผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ โดยธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยให้คุณตามอัตราที่กำหนด ซึ่งมักจะแตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคารและประเภทของบัญชี

 2. วิธีการคำนวณอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์

การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์สามารถทำได้โดยใช้สูตรง่าย ๆ ดังนี้:

 สูตรคำนวณดอกเบี้ย

\[ \text{ดอกเบี้ย} = \text{เงินฝาก} \times \text{อัตราดอกเบี้ย} \times \frac{\text{ระยะเวลา}}{365} \]

- เงินฝาก: จำนวนเงินที่คุณฝากในบัญชี
- อัตราดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนด (เช่น 1.5% ต่อปี)
- ระยะเวลา: จำนวนวันที่เงินฝากอยู่ในบัญชี (เช่น 30 วัน)

 ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติว่าคุณฝากเงิน 10,000 บาทในบัญชีออมทรัพย์ที่มีอัตราดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 30 วัน

1. แปลงอัตราดอกเบี้ยเป็นทศนิยม:
   \[ 1.5\% = 0.015 \]

2. คำนวณดอกเบี้ย:
   \[ \text{ดอกเบี้ย} = 10,000 \times 0.015 \times \frac{30}{365} \]
   \[ \text{ดอกเบี้ย} = 10,000 \times 0.015 \times 0.08219 \approx 12.27 \text{ บาท} \]

ดังนั้น คุณจะได้รับดอกเบี้ยประมาณ 12.27 บาทจากการฝากเงิน 10,000 บาทในระยะเวลา 30 วัน

 3. ปัจจัยที่มีผลต่อดอกเบี้ยเงินฝาก

การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่คุณควรพิจารณา ได้แก่:

- อัตราดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามธนาคารและประเภทบัญชี
- ระยะเวลาในการฝาก: ยิ่งฝากนาน ยิ่งได้รับดอกเบี้ยมาก
- ประเภทบัญชี: บัญชีออมทรัพย์บางประเภทอาจมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า


การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ช่วยให้คุณเข้าใจถึงผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากการออมเงิน ซึ่งจะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณเลือกบัญชีออมทรัพย์ที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ

การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณเข้าใจวิธีการและใช้สูตรที่ถูกต้อง การออมเงินในบัญชีออมทรัพย์เป็นวิธีที่ดีในการสร้างผลตอบแทนจากเงินที่คุณมีอยู่




4


การวิ่งออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ไม่เพียงแต่เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ง่ายและสะดวก แต่ยังมีประโยชน์มากมายต่อร่างกายและจิตใจ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง 15 ประโยชน์ที่สำคัญของการวิ่งออกกำลังกาย ที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นและชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น

ประโยชน์ของการวิ่ง

 1. เสริมสร้างระบบหัวใจและหลอดเลือด

การวิ่งช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น โดยการเพิ่มความสามารถในการสูบฉีดเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 2. ควบคุมน้ำหนัก

การวิ่งเป็นการเผาผลาญแคลอรีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้คุณควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน

 3. เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

การวิ่งช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อแกนกลาง ทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น

 4. พัฒนาความยืดหยุ่น

การวิ่งช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อมีความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในระหว่างการออกกำลังกาย

 5. ส่งเสริมสุขภาพจิต

การวิ่งช่วยลดความเครียดและอาการซึมเศร้า โดยการปล่อยสารเอนโดรฟินที่ทำให้รู้สึกดี ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย

 6. เพิ่มสมาธิและความจำ

การวิ่งสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้มีสมาธิและความจำที่ดีขึ้น

 7. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

การวิ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บได้ดีขึ้น

 8. ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ

การวิ่งช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น โดยการลดความเครียดและทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าในทางที่ดี

 9. เพิ่มความมั่นใจในตนเอง

การวิ่งช่วยให้คุณรู้สึกภูมิใจในตัวเองเมื่อเห็นความก้าวหน้าในการออกกำลังกาย ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น

 10. สร้างความสัมพันธ์ทางสังคม

การวิ่งสามารถทำร่วมกับเพื่อนหรือกลุ่มคนอื่น ๆ ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์และมิตรภาพ

 11. ลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง

การวิ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง

 12. เพิ่มพลังงาน

การวิ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้คุณรู้สึกมีพลังงานมากขึ้นในแต่ละวัน

 13. เสริมสร้างความมีระเบียบในชีวิต

การตั้งเวลาในการวิ่งช่วยให้คุณมีระเบียบวินัยในชีวิตประจำวันและสร้างนิสัยที่ดี

 14. ช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์

การวิ่งช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ โดยการทำให้สมองปลอดโปร่งและสามารถคิดไอเดียใหม่ ๆ ได้

 15. สร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว

การวิ่งเป็นการลงทุนในสุขภาพที่ดีในอนาคต ช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

การวิ่งช่วยอะไร
การวิ่งออกกำลังกายไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน แต่ยังมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ หากคุณยังไม่เริ่มต้นการวิ่ง วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะเริ่มต้นสร้างสุขภาพที่ดีขึ้น ลองกำหนดเป้าหมายเล็ก ๆ และเริ่มวิ่งไปด้วยกันเถอะ!



5


   บัตรเดบิต ท่องเที่ยว หรือ travel card เป็นบัตรที่ใช้สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินทางไปต่างประเทศ ใช้บัตรจ่ายเงินแทนเงินสดโดยไม่ต้องวุ่นวายแลกเงินก่อนเดินทาง บัตรใบเดียวใช้จ่ายสะดวก ไม่ต้องพกเงินสดติดตัวจำนวนมาก กดเงินสดเบิกออกจากตู้ ATM ในต่างประเทศได้เลย บัตรเดบิตท่องเที่ยวได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง มีประกันการเดินทางให้ฟรี บัตรเดบิตออนไลน์ของแต่ละธนาคารคล้ายกันแต่มีจุดเด่นแตกต่างกัน มีรายละเอียดต่อไปนี้
เปรียบเทียบบัตรท่องเที่ยวจากธนาคารพาณิชย์ 5 รายของไทย
   1.ธนาคารกรุงไทย บัตร Krungthai Travel Card ถือเป็นบัตรต้นแบบเนื่องจากธนาคารกรุงไทยเป็นรายแรกที่ออกบัตรท่องเที่ยวในเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2561 ลักษณะเป็นบัตรเติมเงินที่ต้องเติมเงินเข้าไปก่อนใช้งาน บัตรออกมาภายใต้แบรนด์ Visa Card
จุดเด่น
-ไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตรายปี ใช้จ่ายสบายไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5%
-เป็นบัตรเติมเงินที่แลกเก็บไว้ในบัตร
-แลกเงินและโอนเงินเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ง่ายๆ ตลอด 24 ชม.
-รองรับสกุลเงินที่แลกเก็บได้ 19 สกุลเงิน ได้แก่ AUD, CAD, CHF, DKK, EUR, GBP, HKD, INR, JPY, KRW, MYR , NOK, NZD, RUB, SEK, SGD, TWD, USD และ THB
-จำนวนเงินในบัตรสูงสุด (รวมทุกสกุลเงิน) ไม่เกิน 5 ล้านบาท
-ถอนเงินในต่างประเทศได้ 100,000 บาท ต่อวัน
-จำนวนถอนเงินสดสกุลต่างประเทศ 25,000 บาทต่อครั้ง ไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน
-มีประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ วงเงินประกันคุ้มครองสูงสุด 6,000,000 บาท รับประกันโดย บมจ. ทิพยประกันภัย
จุดด้อย
-ไม่สามารถใช้จ่ายเงินสกุลที่ไม่รองรับ ไม่สามารถรูดได้ทันทีหากไม่แลกในสกุลเงินที่รองรับก่อน
2.ธนาคารทหารไทย บัตร TMB All Free
บัตรท่องเที่ยวของธนาคารทหารไทยเปิดตัวตามมาในเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2561 บัตรออกมาภายใต้แบรนด์ Visa Card เช่นเดียวกัน ถือเป็นบัตรเดบิตท่องเที่ยวรายแรกที่ทำบัตรให้รูดใช้ง่ายสกุลเงินต่างประเทศได้โดยไม่ต้องแลกเงินก่อน สามารถใช้จ่ายจากเงินในบัญชีได้เลย นอกจากนี้ยังเป็นเหมือน บัตร atm เบิกเงินสดตู้ ATM ได้ทุกตู้ธนาคารทั่วไทยซึ่งเป็นข้อดีที่ต่างจากบัตรธนาคารอื่น
จุดเด่น
-รองรับทุกสกุลเงิน รูดจ่ายได้ทั่วโลกโดยตรง ไม่ต้องแลกก่อน ใช้ได้ตามยอดเงินในบัญชีซึ่งจะตัดเงินออกจากบัญชีเราโดยตรง
-ไม่มีชาร์จค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ 2.5%
-ถอนเงินจากตู้ ATM ในไทยได้ทุกสาขา ถอนเงินในต่างประเทศมีค่าธรรมเนียมถูกสุด 75 บาท (บัตรอื่น 100 บาท)
-วงเงินที่สามารถรูดได้ต่อวันสูงสุด 500,000 บาทต่อวันต่อบัตร
-มีส่วนลดและสะสมแต้มสำหรับการใช้จ่ายในประเทศ
-มีประกันการเดินทางให้ฟรี
-ควบคุมวงเงินที่จะใช้จ่ายบัตรได้ด้วยตนเอง ผ่าน TMB TOUCH และระบบรักษาความปลอดภัยยกเลิกการใช้งานบัตรผ่านแอป
จุดด้อย
-มีการจ่ายค่าแรกเข้าและรายปี เหมือนบัตรเดบิตทั่วไป
-ไม่สามารถแลกเงินเก็บเอาไว้ได้ เรตแปรผันตามวันที่ใช้
-ต้องเตรียมเงินในบัญชีไว้ให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายตลอดทริป
3.ธนาคารไทยพาณิชย์ บัตร PLANET SCB มีลักษณะเป็นบัตรเติมเงินที่ต้องเติมเงินเข้าไปก่อนใช้งานเหมือนกับบัตร Krungthai Travel Card รูดใช้จ่ายได้ทั้งร้านค้าทั่วไปหรือร้านออนไลน์ที่รับบัตร VISA
จุดเด่น
-ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5%
-เป็นบัตรเติมเงินที่แลกเก็บไว้ในบัตรหรือรูดจ่ายได้ด้วย
-รองรับการแลกเปลี่ยนทุกสกุลเงิน
-แลกเงินและโอนเงินง่าย ทุกที่ ตลอด 24 ชม. ผ่าน SCB EASY App
-ล็อกเรทได้ แลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างประเทศเก็บไว้ได้ 13 สกุลเงิน ได้แก่ USD, EUR, GBP, JPY, AUD, CHF, SGD, HKD, NZD, CAD, CNY, KRW และ TWD
-จำนวนเงินในบัตรสูงสุด (รวมทุกสกุลเงิน) ไม่เกิน 5 ล้านบาท
-วงเงินการกดเงินสดผ่านตู้ ATM ในต่างประเทศ สูงสุด 100,000 บาทต่อวัน (ค่าธรรมเนียมการกดเงินสดที่ต่างประเทศ 100 บาท ต่อครั้ง)
-มีประกันการเดินทาง 10 วัน บัตรเดบิตประกัน ดูแลค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล สูงถึง 1,000,000 บาท พร้อมดูแล 24 ชั่วโมง มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินยามเดินทาง
จุดด้อย
-ไม่สามารถกดเงินสดในประเทศไทยได้
   4.ธนาคารกสิกรไทย บัตร YouTrip powered by KBANK บัตรท่องเที่ยวของธนาคารกสิกรไทยเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2562 บัตรออกมาภายใต้แบรนด์ Mastercard รูดใช้ง่ายทุกสกุลเงินต่างประเทศ
จุดเด่น
-ฟรีค่าธรรมเนียมสมัครบัตร และค่าธรรมเนียมรายปี
-รูด แตะ จ่าย ช้อปออนไลน์ทั่วโลกได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก
-ไม่มีการชาร์จค่าธรรมเนียม 2.5% ในการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ
-แลกเงินล่วงหน้าเก็บไว้ได้ 10 สกุลเงิน ได้แก่ THB, JPY, HKD, SGD, AUD, EUR, GBP, CHF, USD, CAD ผ่านแอป YouTrip ตามเรทที่ล็อกไว้ ไม่จำกัดจำนวนครั้งที่แลก
-ถอนเงินสดในต่างประเทศ 50,000 บาทต่อเดือน ยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเงินสดจากตู้ ATM ที่ต่างประเทศ จนถึง 31 ธ.ค. 2565
-อัปเดตสเตตัสทุกรายจ่ายแบบ Real-time ช่วยให้วางแผนและตรวจสอบการใช้งานบัตรได้สะดวกสบาย
-บัตรสูญหาย สามารถระงับบัตรผ่านแอป YouTrip ได้ทันที
-มีระบบ SmartExchange กรณีที่แลกเงินล่วงหน้าไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย โดยระบบจะแลกเปลี่ยนเงินสกุลบาทในบัญชีเป็นสกุลเงินอื่นตามอัตราแลกเปลี่ยนในเวลานั้น
   -วงเงินที่รูดได้สูงสุด 500,000 บาทต่อวัน ผ่านร้านค้าทั่วโลกที่รองรับ Mastercard หรือร้านค้าออนไลน์โยดมียอดใช้จ่ายรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท / วัน
   -โปรโมชั่น ชวนเพื่อนมา สมัครบัตรเดบิต YouTrip รับโบนัสคนละ 100 บาท ชวนได้สูงสุด 10 คน ถึง 31 ธันวาคม 2565
จุดด้อย
-ไม่มีประกันการเดินทางให้
ข้อมูลข้างต้นชี้ได้ชัดเจนถึงข้อดีของบัตร travel card ของแต่ละธนาคาร สรุปว่าบัตรใบไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานของแต่ละคน ต้องการเรตถูกที่สุด ควรเลือกบัตรที่ล็อกเรตแลกเก็บไว้ได้ หรือถ้าต้องการความสะดวกไว้ก่อนก็เลือกบัตรที่รูดจ่ายได้เลย หรือบัตรที่อัพเดทข้อมูลการใช้จ่ายตลอดเวลาเพื่อให้วางแผนใช้เงินได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง   




6
หากถามคนทำธุรกิจที่กำลังผ่อนชำระสินเชื่อกับสถาบันการเงินว่าเรื่องไหนสร้างความหนักใจให้มากที่สุด มั่นใจหนึ่งในคำตอบนั้นก็คงหนี้ไม่พ้นระยะเวลาในการผ่อนชำระ เพราะสินเชื่อธุรกิจอย่าง สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง หรือ สินเชื่อขยายธุรกิจ เป็นสินเชื่อวงเงินสูง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ขอสินเชื่อต้องผ่อนชำระเป็นเวลานานหลายปี แต่ในความจริงแล้วหากจัดการบริหารสินเชื่ออย่างรอบคอบก็จะสามารถลดระยะเวลาในการผ่อนชำระ สินเชื่อระยะยาว ได้เช่นกัน แต่จะมีวิธีไหนบ้างนั้นวันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

เลือกขอสินเชื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์
ถ้าอยากตัดปัญหาผ่อนนานไปพร้อมกับลดจำนวนดอกเบี้ย แนะนำว่าควรเลือกสินเชื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้ เนื่องจากสินเชื่อแต่ละประเภทมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ และโปรโมชั่นเสริมไว้อย่างเหมาะสม เช่น หากต้องการได้เงินไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจควรเลือกยื่นขอ สินเชื่อหมุนเวียน หรือ สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง มากกว่าสินเชื่อเพื่อการก่อสร้างที่อาจมีระยะเวลาผ่อนชำระนานกว่า แต่ถ้าอยากได้เงินไปใช้พัฒนาระบบรักษาสิ่งแวดล้อมหรือพลังงานขององค์กร สินเชื่อ Solar Rooftop เป็นสินเชื่อที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะเหมาะสมทั้งในแง่วงเงิน อัตราดอกเบี้ยต่ำ และระยะเวลาผ่อนชำระคืน
เพิ่มวงเงินผ่อนชำระต่อเดือน
การเพิ่มเงินผ่อนชำระขั้นต่ำอย่างน้อย 10% - 20% ของยอดเงินที่ต้องจ่ายขั้นต่ำต่อเดือน เป็นอีกหนึ่งวิธีจัดการสินเชื่อที่นิยมใช้กันทั้งในกลุ่มบุคคลทั่วไปและองค์กรธุรกิจ เนื่องจากเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย  ๆ  ขอเพียงมีวินัยในการผ่อนชำระทุกเดือนก็จะช่วยลดระยะเวลาในการผ่อนได้แล้ว สำหรับวิธีนี้เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้า สินเชื่อรายย่อย ที่มียอดหนี้น้อยและรายรับไม่สูงต่อเดือนเท่ากับกลุ่มธุรกิจรายใหญ่
จ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อลดวงเงินต้น
วิธีสุดท้ายคือการจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อลดยอดหนี้ให้น้อยลง ซึ่งจะส่งผลดีทั้งช่วยลดระยะเวลาและดอกเบี้ยรวมที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาของสินเชื่อ โดยวิธีนี้เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายใหญ่เพราะสามารถบริหารรายได้ต่อเดือนให้เปลี่ยนเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ง่ายกว่ากลุ่มลูกค้าธุรกิจรายย่อยที่มีรายรับน้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตามหากมีทรัพย์สินที่ให้ผลตอบแทนต่อปีต่ำกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายควรเลือกเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินและนำมาลดเงินต้นสินเชื่อแทน โดยอาจเลือกจ่ายก้อนใหญ่ปีละ 1 - 2 ครั้ง เป็นอย่างน้อยจะช่วยลดระยะเวลาผ่อนชำระลงได้
   
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับวิธีจัดการกับ สินเชื่อระยะยาว ที่เรานำมาฝากในวันนี้ จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 วิธีที่เรานำมาฝากนั้นเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ไม่ว่ากลุ่มธุรกิจไหนก็สามารถทำได้ไม่ยาก แต่ถึงอย่างนั้นนอกจากการจัดการบริหารรายได้แล้วควรจ่ายยอดหนี้ให้ตรงต่อเวลาทุกเดือนหรือตามเวลาที่กำหนดเพียงเท่านี้ก็เป็นการสร้างเครดิตให้กับองค์กรได้มากขึ้นแล้ว



7

เมื่อมีปัญหาด้านการเงินไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ก่อนที่จะตัดสินใจ กู้เงินด่วน หรือ สมัครสินเชื่อออนไลน์ อย่างแรกที่ควรทำก็คือการศึกษาและทำความเข้าใจเสียก่อน ว่าเงินกู้คือเงินที่ผู้ให้กู้หรือที่เรียกว่าเจ้าหนี้เป็นผู้ปล่อยให้ผู้กู้หรือที่เรียกว่าลูกหนี้ได้กู้เพื่อนำไปใช้จ่าย เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็จะมีการทำหนังสือสัญญากู้ยืมเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระหนี้ โดยอาจจะแบ่งชำระเป็นงวดหรือจ่ายเต็มจำนวนในครั้งเดียวก็ได้ ทางฝ่ายผู้ปล่อยกู้จะได้ค่าตอบแทนในการปล่อยกู้ครั้งนี้เป็นเงินดอกเบี้ย ซึ่งส่วนใหญ่จะคำนวณอัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละต่อปีหรือขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญา

เงินกู้ด่วน เป็นทางออกสำหรับการแก้ปัญหาด้านการเงินที่หลายคนให้ความสนใจ แต่ทั้งนี้การกู้เงินแต่ละแบบก็จะมีความยากง่ายและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและความต้องการของผู้กู้ว่าจะสามารถบรรลุเงื่อนไขข้อตกลงที่แหล่งเงินกู้นั้น ๆ กำหนดเอาไว้หรือไม่ ดังนั้นก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการสมัครขอสินเชื่อประเภทใดก็ตาม ควรรู้วิธีการขอกู้เงินอย่างไรให้ผ่านง่าย ๆ เหล่านี้ด้วย นั่นก็คือ

ตรวจสอบประวัติทางการเงินของตัวเองว่ามีรายชื่อติดเครดิตบูโรหรือไม่ เพราะทางธนาคารมักจะทำการตรวจสอบประวัติเหล่านี้ก่อนจะทำการอนมุติสินเชื่อเสมอ ถ้ามีประวัติดีไม่เคยจ่ายช้าและไม่เคยค้างจ่าย นั่นก็มีโอกาสที่จะผ่านการอนุมัติสูง

ตรวจสอบว่าตัวผู้กู้เองอยากจะใช้บริการสินเชื่อแบบไหนและจากแหล่งเงินกู้แห่งใด เพื่อที่จะได้ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่สินเชื่อนั้น ๆ กำหนดไว้ว่าตรงกับคุณสมบัติของผู้กู้หรือไม่ เช่น อายุผู้กู้ อายุการทำงาน อาชีพที่สามารถยื่นกู้ได้ รายได้แต่ละเดือน และยอดภาระหนี้ปัจจุบันของผู้กู้ซึ่งโดยปกติแล้วไม่ควรเกิน 30% ของรายได้

ควรเลือกยื่นสมัครสินเชื่อกับธนาคารที่คุณกำลังใช้บริการอยู่ ในขณะเดียวกันก็ควรหมั่นเก็บออมเพื่อให้เงินผ่านบัญชีอยู่เป็นประจำ เพราะทางธนาคารจะตรวจสอบรายการเดินบัญชีว่ามีเงินเข้าออกสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าหากมีรายได้ที่ชัดเจนในแต่ละเดือน ก็มีโอกาสที่ธนาคารจะอนุมัติการขอสินเชื่อสูงขึ้น
เอกสารต่าง ๆ ที่ต้องใช้ยื่นสมัครสินเชื่อต้องครบถ้วนอย่าให้ตกหล่นแม้แต่อย่างเดียว เพราะถ้าขาดเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งไปอาจจะทำให้ทางธนาคารต้องใช้เวลาในการพิจารณานานขึ้น หรือในบางกรณีอาจจะทำให้ไม่ผ่านการอนุมัติไปเลยก็เป็นได้ ดังนั้นก่อนยื่นสมัครสินเชื่อควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องใช้จากเว็บไซต์หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง

หากจำเป็นต้องขอกู้ในวงเงินที่สูง แนะนำให้ยื่นสมัครขอกู้สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยให้นำหลักทรัพย์ที่ดีมายื่นเสนอ เพราะจะทำให้ดูน่าเชื่อถือว่าผู้กู้จะไม่ผิดชำระหนี้ โอกาสที่จะผ่านการอนุมัติก็จะมีสูงขึ้น

เมื่อตรวจสอบความพร้อมเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ขั้นตอนขอกู้สินเชื่อแล้ว ต่อไปคือการตรวจสอบว่ามีสินเชื่อประเภทไหนบ้างที่เหมาะกับผู้ขอกู้ ทั้งในเรื่องของวงที่ขอกู้ เงื่อนไขในการกู้ อัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย และระยะเวลาในการชำระเงินคืน เพราะการเลือกประเภทสินเชื่อให้เหมาะสมกับคุณสมบัติของตัวเอง จะทำให้เมื่อยื่นเอกสารขอกู้แล้วจะมีโอกาสผ่านการอนุมัติสูง อาทิ

สินเชื่อเงินด่วน
สินเชื่อประเภทนี้จะใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันหรือไม่ค้ำก็ได้ โดยผู้ปล่อยกู้จะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้เป็นสำคัญ การขอ สินเชื่อด่วน จะเป็นการขอกู้สินเชื่อจากสถาบันการเงินหรือไฟแนนซ์ประเภทบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล โดยส่วนใหญ่สามารถสมัครขอสินเชื่อแล้วได้รับเงินก้อนทันทีในช่วงระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่ข้อเสียคือมักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากกว่าสินเชื่อประเภทอื่น

สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
ในทางกฎหมายจะไม่มีการกำหนดอัตรา เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ จะมีเพียงแค่อัตราดอกเบี้ยขั้นสูงสุดที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งในปัจจุบันก็มีแหล่งเงินกู้หลายแห่งที่ปล่อย เงินกู้ด่วน ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ แต่แนะนำว่าก่อนที่จะทำการกู้ยืมควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินกู้นั้น ๆ พร้อมทั้งประเมินความสามารถของตัวเองว่าจะสามารถผ่อนชำระได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือไม่

สินเชื่อวงเงินสูง
สินเชื่อบางประเภทอาจจะให้วงเงินไม่มากพอสำหรับค่าใช้จ่าย ถ้าหากต้องการขอเพิ่มวงเงินให้สูงขึ้นก็สามารถทำได้โดยการแจ้งให้สถาบันการเงินทราบ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะให้วงเงินสูงสุดประมาณ 5 เท่าของรายได้ผู้กู้ แต่ก็มีข้อที่ควรรู้สำหรับการขอสินเชื่อวงเงินสูง คือจะต้องคำนึงถึงรายได้และรายจ่ายว่ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อีกทั้งทางธนาคารยังต้องพิจารณาถึงความมั่นคงในหน้าที่การงาน สลิปเงินเดือน ที่มาของรายได้ และรายการเดินบัญชีที่เคลื่อนไหวปกติของผู้กู้ด้วย หากพบว่ามีประวัติทางการเงินที่ดีโอกาสที่ธนาคารจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อก็จะมีสูงขึ้นตามไปด้วย

เงินกู้ออนไลน์
สำหรับผู้ที่ทำอาชีพอิสระที่กำลังต้องการกู้เงินแต่ติดปัญหาตรงที่ไม่มีรายได้ชัดเจน ทำให้โอกาสที่ทางธนาคารจะอนุมัติสินเชื่อต่าง ๆ นั้นลดน้อยลงตามไปด้วย ดังนั้นการกู้เงินผ่านระบบออนไลน์จึงถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้คนกลุ่มนี้ ซึ่งในปัจจุบันก็มีสถาบันการเงินหลายแห่งเปิดให้ยื่นขอ เงินกู้ออนไลน์ ได้แล้ว โดยส่วนใหญ่มีเงื่อนไขกำหนดเอาไว้ว่าผู้กู้จะต้องมีเงินรายได้เดือนละ 8,000 บาทขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องมีสลิปเงินเดือน ไม่มีการจำกัดเพศ มีอายุระหว่าง 20 - 60 ปี ไม่ใช้ทรัพย์สินค้ำประกัน และเปิดบัญชีออมทรัพย์หรือมีเลขพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชน เท่านี้ก็สามารถยื่นขอสินเชื่อกู้ออนไลน์ได้แล้ว ทั้งนี้สถาบันการเงินจะพิจารณาคุณสมบัติผู้กู้จากฐานข้อมูลที่เข้าถึงได้มาตัดสินว่าจะผ่านการอนุมัติหรือไม่

ทรัพย์สินรอการขายทุกธนาคาร https://krungthai.com/th/content/contact-us/properties-for-sale
ทรัพย์รอการขาย https://krungthai.com/th/content/contact-us/properties-for-sale



8


ปัจจุบันต้องยอมรับว่า “ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล” ได้กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญแม้ว่าตัวเองจะมีสิทธิการรักษาพยาบาลพื้นฐานจากภาครัฐหรือสวัสดิการจากการประกอบอาชีพอยู่แล้วก็ตาม จนหัวข้อคำค้น ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่ไหนดี หรือ ประกันอุบัติเหตุที่ไหนดี กลายเป็นคำค้นยอดฮิตที่ถูกค้นหากันอยู่ตลอดเวลา แต่ควรเลือกประกันอุบัติเหตุอย่างไรหรือซื้อที่ไหนดี วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

เลือกประกันอุบัติเหตุจากวงเงินประกัน
สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าจะซื้อ ประกันอุบัติเหตุที่ไหนดี แบบไหนดี ในเบื้องต้นให้พิจารณาจากวงเงินประกัน โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูง อย่างเดินทางด้วยรถยนต์ทุกวัน ประกอบอาชีพที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยครั้ง หรือขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นประจำ ควรเลือกประกันอุบัติเหตุที่มีวงเงินประกันสูงและครอบคลุมอุบัติเหตุทุกประเภท เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลและลดความกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลทุกครั้งที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ

เลือกประกันอุบัติเหตุจากสิทธิประโยชน์
นอกจากความคุ้มครองการรักษาพยาบาลแล้ว ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลยังมาพร้อมเงินชดเชยกรณีสูญเสียอวัยวะ กรณีทุพพลภาพถาวรชั่วคราว กรณีทุพพลภาพถาวร และกรณีเสียชีวิต ปัจจุบันกรมธรรม์ส่วนใหญ่ยังมาพร้อมสิทธิการรักษาพยาบาลแบบ OPD (Out Patient Department) หรือการเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยนอกเพิ่มเติมตามจำนวนครั้งที่บริษัทประกันภัยกำหนดไว้อีกด้วย เพราะฉะนั้นหากต้องการให้ความคุ้มครองครอบคลุมทุกการเจ็บป่วยควรพิจารณาเงื่อนไขความคุ้มครองอย่างละเอียด ทั้งความคุ้มครองตามเงื่อนไขและความคุ้มครองที่ต้องจ่ายค่าเบี้ยเพิ่มเติม

เลือกประกันอุบัติเหตุให้สอดคล้องอาชีพ
หากไม่สามารถเลือกได้ว่าจะทำประกันอุบัติเหตุแบบไหนดี การเลือกประกันให้เหมาะสมกับอาชีพก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อย่างถ้าประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เดินทางขับรถอยู่ตลอดเวลา ควรเลือกประกันที่มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยสูง แต่กรณีที่ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงต่ำ ควรเลือกประกันอุบัติเหตุที่ครอบคลุมในส่วนของการรักษาพยาบาลแบบ OPD เพื่อให้ครอบคลุมการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยนอกด้วย อย่างไรก็ตามการประกอบอาชีพบางประเภทที่มีความเสี่ยงสูง อย่างอาชีพไรเดอร์ พนักงานขับรถส่งสินค้า ชาวประมง พนักงานก่อสร้าง พนักงานดับเพลิง หรือพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม ที่ไม่สามารถทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลได้ แต่สามารถทำประกันอุบัติเหตุกลุ่มภายใต้องค์กรได้

จากข้อมูลการเลือกประกันอุบัติเหตุหลายคนคงรู้แล้วว่าเหตุผลหลัก ๆ ที่ควรทำประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพคือ เพิ่มโอกาสในการเข้ารับการรักษาพยาบาลเมื่อประสบอุบัติเหตุ อีกทั้งยังมีเงินชดเชยกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน ดังนั้นหากกำลังมองหาประกันอุบัติเหตุ แต่ยังไม่รู้จะทำ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่ไหนดี แนะนำประกันอุบัติเหตุของกรุงไทย ซึ่งมีทั้งประกันอุบัติเหตุ PA ครอบครัวสุขใจที่เหมาะกับหัวหน้าครอบครัวให้ความคุ้มครองสูงสุด 1 ล้านบาท ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล PA Super Protection Plus ที่ให้ความคุ้มครองสูงถึง 20 ล้านบาท พร้อมเงินชดเชยรายได้ถึง 365 วัน และประกันอุบัติเหตุสุขใจวัยเก๋าที่เหมาะกับกลุ่มผู้สูงอายุด้วยเบี้ยประกันราคาถูกแต่วงเงินคุ้มครองสูง บอกเลยว่าครบกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ประกันโรคร้ายแรง https://krungthai.com/th/personal/insurance/health/critical-illness


9


 การเป็นผู้ให้ย่อมนำมาซึ่งความสุขเสมอ หลายองค์กรในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างผลกำไร แนวคิดนี้สะท้อนผ่านโครงการเพื่อสังคมหรือ CSR หรือ Corporate Social Responsibility ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม

โครงการ CSR ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากสังคม เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี พร้อมทั้งเพิ่มคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่องค์กรไปพร้อมกัน

ทำไมองค์กรถึงควรให้ความสำคัญกับกิจกรรม CSR
เมื่อองค์กรให้ความสำคัญกับโครงการ csr เพื่อสังคม ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรและชุมชน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ นอกจากนี้กิจกรรม CSR ยังช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้กับพนักงาน เพิ่มการมีส่วนร่วม และช่วยกระตุ้นการทำงานที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่การเติบโตและความสำเร็จขององค์กรในระยะยาวได้ ดังนี้

1. ประโยชน์ต่อองค์กร
เพิ่มยอดขาย
ผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ความสำคัญกับสินค้า และบริการจากองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม
ดึงดูดและรักษาพนักงาน
พนักงานรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับการทํางานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี และรับผิดชอบต่อสังคม
ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ
การทํากิจกรรม CSR ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาทางสังคม และสิ่งแวดล้อม ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
เพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงาน
ช่วยกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วม และสร้างความสามัคคีในองค์กร ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการดําเนินงาน

2. ประโยชน์ต่อสังคม
พัฒนาคุณภาพชีวิต
กิจกรรม CSR ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม เช่น การสนับสนุนการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส
สร้างความยั่งยืน
กิจกรรม CSR ช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ

3. ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
กิจกรรม CSR ช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
กิจกรรม CSR ช่วยสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน




10

การขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงและอาจนำไปสู่การถูกจับและเสียค่าปรับได้ ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อคุณขับรถด้วยใบขับขี่ที่หมดอายุ รวมถึงโทษและค่าปรับที่คุณอาจต้องเผชิญ

 ใบขับขี่หมดอายุคืออะไร?

ใบขับขี่คือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจซึ่งอนุญาตให้บุคคลสามารถขับขี่ยานพาหนะได้ตามประเภทที่กำหนด โดยใบขับขี่จะมีอายุการใช้งานที่กำหนดไว้ หากใบขับขี่หมดอายุแล้ว ผู้ขับขี่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถตามกฎหมาย

 ขับรถด้วยใบขับขี่หมดอายุมีโทษอย่างไร?

การขับรถด้วยใบขับขี่ที่หมดอายุถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจมีโทษตามกฎหมายจราจร ดังนี้:

1. ค่าปรับ: หากถูกจับขับรถด้วยใบขับขี่ที่หมดอายุ คุณอาจต้องจ่ายค่าปรับ ซึ่งค่าปรับนี้อาจแตกต่างกันไปตามกฎหมายของแต่ละจังหวัด โดยทั่วไปแล้วค่าปรับจะอยู่ในช่วง 1,000-2,000 บาท

2. การลงโทษทางอาญา: ในบางกรณี หากมีการกระทำผิดซ้ำซากหรือมีการขับรถในลักษณะที่อันตราย อาจมีการลงโทษทางอาญาเพิ่มเติม เช่น การถูกจำคุก

3. การเสียคะแนนสะสม: การขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ที่ถูกต้องอาจทำให้คุณเสียคะแนนสะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการต่อใบขับขี่ในอนาคต

 วิธีการตรวจสอบและต่อใบขับขี่หมดอายุ
หากใบขับขี่ของคุณใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้ว ควรดำเนินการต่ออายุโดยเร็วที่สุด โดยสามารถทำได้ดังนี้:

1. ตรวจสอบวันหมดอายุ: ตรวจสอบวันหมดอายุของใบขับขี่ของคุณอยู่เสมอ

2. เตรียมเอกสารที่จำเป็น: เตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการต่ออายุ เช่น บัตรประชาชน, ใบรับรองแพทย์ (ถ้าจำเป็น) และค่าธรรมเนียมการต่ออายุ

3. ไปที่สำนักงานขนส่ง: นำเอกสารทั้งหมดไปที่สำนักงานขนส่งที่ใกล้ที่สุดเพื่อทำการต่ออายุ


การขับรถด้วยใบขับขี่ที่หมดอายุไม่เพียงแต่เสี่ยงต่อการถูกจับและเสียค่าปรับ แต่ยังส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการขับขี่ของคุณและผู้ใช้ถนนคนอื่น ๆ ดังนั้น ควรตรวจสอบและต่ออายุใบขับขี่ของคุณโดยเฉพาะใบขับขี่สาธารณะให้ตรงเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการต่ออายุใบขับขี่หรือกฎหมายจราจร สามารถติดต่อสำนักงานขนส่งในพื้นที่ของคุณเพื่อขอข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์

อย่าลืม! การขับรถอย่างมีความรับผิดชอบและปฏิบัติตามกฎหมายจราจรจะช่วยให้คุณและผู้ใช้ถนนคนอื่นปลอดภัย

สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ออนไลน์  https://www.grab.com/th/blog/driver/ทำใบขับขี่ออนไลน์/






11

กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งด้านการเงิน การค้า การลงทุน เทคโนโลยี บริษัทชั้นนำต่างเลือกมาตั้งสำนักงาน เพราะมีศักยภาพสูงในการเชื่อมโยงธุรกิจ
ปัจจัยหลักในการเลือกทำเลออฟฟิศ คือ โครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมที่สะดวก และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ ซึ่งช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะการ เช่าออฟฟิศติดรถไฟฟ้า ที่ให้ทั้งภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ ความสะดวกในการเดินทางของพนักงาน และการติดต่อกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พาสำรวจ 3 ทำเล สำนักงานให้เช่าติดรถไฟฟ้า ที่เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการออฟฟิศใจกลางเมือง
1. ย่านสีลม

ความน่าสนใจ
ศูนย์กลางธุรกิจหลัก (CBD) ทำเลที่เต็มไปการค้าและการลงทุนมายาวนาน ออฟฟิศ สีลม จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์บริษัทให้ดูเป็นมืออาชีพ เชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจชั้นนำได้ง่าย เป็นใจกลางเมืองที่ไม่เคยหลับใหล

ความสะดวกสบาย
ระบบคมนาคมที่เชื่อมต่ออย่างลงตัว ทั้งรถไฟฟ้า BTS สายสีลม รถไฟฟ้า MRT สถานีสีลม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเชื่อมการเดินทางหลักสู่ย่านธุรกิจอื่น ใกล้ทางพิเศษศรีรัชและเฉลิมมหานคร มีระบบรถสาธารณะที่สะดวก
สีลมมีครบทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร โรงแรม 5 ดาว การเช่า ออฟฟิศ สีลม ช่วยให้พนักงานสร้างสมดุลชีวิตการทำงานได้อย่างลงตัว

ราคาที่ดินและค่าเช่าออฟฟิศย่านสีลม 
หนึ่งในย่านที่มีราคาที่ดินสูงที่สุด ประมาณ 1.6 - 2.5 ล้านบาทต่อตารางวา ซึ่งเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ทำให้ค่าเช่า ออฟฟิศ สีลม อาจมีอัตราค่าเช่าสูงถึงประมาณ 700-1,500 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งถือเป็นราคาที่แลกมาด้วยทำเลชั้นนำ

2. ย่านสุขุมวิท
ความน่าสนใจ
พื้นที่ที่หรูหราและคึกคักที่สุดของกรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์รวมของการค้า การลงทุน และไลฟ์สไตล์ระดับโลก เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานชั้นนำ ศูนย์การค้าระดับโลกที่ดึงดูดบริษัทข้ามชาติ มีการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจสูง เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเชื่อมโยงกับเครือข่ายระดับนานาชาติและผู้ที่มองหา เช่าออฟฟิศใกล้ bts ในทำเลที่เป็นศูนย์กลาง
ความสะดวกสบาย
สุขุมวิทมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่ดี ทำให้พนักงานและลูกค้าเดินทางได้สะดวก ระบบรถไฟฟ้าที่ครอบคลุม มีรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว MRT สายสีน้ำเงิน มีทางด่วนหลักหลายสายที่อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถยนต์
 เป็นแหล่งรวมศูนย์การค้าชั้นนำ เป็นย่านแหล่งบันเทิง โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ ทำให้ ออฟฟิศให้เช่า สุขุมวิท สามารถตอบโจทย์ทั้งการทำงานและคุณภาพชีวิตระดับพรีเมียมได้อย่างลงตัว
ราคาที่ดินและค่าเช่าออฟฟิศย่านสุขุมวิท
การเลือก ออฟฟิศให้เช่า สุขุมวิท เป็นการลงทุนที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ธุรกิจให้ทันสมัย  ราคาที่ดินอยู่ในช่วง 230,000 – 750,000 บาทต่อตารางวา อัตรา ออฟฟิศให้เช่า สุขุมวิท โดยทั่วไปจะเริ่มต้นประมาณ 700 – 1,500 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน นี่คือทำเลที่ผสานทั้งศักยภาพทางธุรกิจและคุณภาพชีวิตระดับพรีเมียมเข้าไว้ด้วยกัน

3. ย่านเพลินจิต
ความน่าสนใจ
เพลินจิตเป็นทำเลทองที่ไม่เคยตกยุค เป็นศูนย์รวมของธุรกิจการเงิน การค้า และบริการ ระดับไฮเอนด์ ด้วยการรวมตัวของ อาคารสำนักงาน โรงแรม 5 ดาว ศูนย์การค้าชั้นนำ และสำนักงานใหญ่ของธนาคารและบริษัทยักษ์ใหญ่ การมี ออฟฟิศ เพลินจิต จึงช่วยเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของเศรษฐกิจ
ความสะดวกสบาย
มีรถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิต เชื่อมต่อไปยัง MRT สถานีอโศกและหมอชิตได้สะดวก ใกล้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ใช้รถที่ต้องเดินทางมาทำงานที่ ออฟฟิศ เพลินจิต รายล้อมด้วย ศูนย์การค้า โรงพยาบาลชั้นนำ สถานศึกษา  โรงแรมระดับ 5 ดาว
เช่าออฟฟิศ เพลินจิต ดีอย่างไร
การเช่า ออฟฟิศ เพลินจิต เป็นที่ตั้งที่เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือระดับสูง โดยราคาที่ดินอยู่ที่ประมาณ 1,000,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งเป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ อัตราค่าเช่าออฟฟิศ ส่วนใหญ่มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800 – 1,200 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับทำเลที่มีศักยภาพทางธุรกิจ

เนื่องจากปัจจุบันออฟฟิศให้เช่าในย่าน CBD มีหลายแห่ง เพื่อการเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการมากยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่สำรวจแต่ละทำเลด้วยตัวเอง วันนี้ JLL ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์พร้อมช่วยคุณค้นหา สำนักงานให้เช่าแนวรถไฟฟ้า ทำเลที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://property.jll.co.th/find-the-right-office-space-in-bangkok




12


ในยุคที่เทคโนโลยีและการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเลือกสถานที่ทำงานที่เหมาะสมกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "Co-working Space" หรือพื้นที่ทำงานร่วมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ Co-working Space และเหตุผลที่ทำให้คนรุ่นใหม่เลือกใช้พื้นที่ทำงานแบบนี้

co working space คืออะไร?

Co-working Space คือพื้นที่ทำงานที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเช่าใช้บริการได้ โดยมักจะมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น โต๊ะทำงาน, อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, ห้องประชุม และพื้นที่พักผ่อน ซึ่งเหมาะสำหรับนักธุรกิจ, ฟรีแลนซ์, และผู้ที่ทำงานในลักษณะต่างๆ ที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกัน

เหตุผลที่คนรุ่นใหม่เลือก Co-working Space

 1. สภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์

Co-working Space มักถูกออกแบบมาให้มีบรรยากาศที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยกระตุ้นความคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการหลีกหนีจากความจำเจของการทำงานที่บ้านหรือในสำนักงานแบบดั้งเดิม

 2. การเชื่อมต่อกับผู้คนใหม่ๆ

การทำงานใน co working คือ การช่วยให้ผู้ใช้บริการได้มีโอกาสพบปะและสร้างเครือข่ายกับผู้คนจากหลากหลายอาชีพและวงการ ซึ่งสามารถนำไปสู่การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจหรือการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์

 3. ความยืดหยุ่นในการทำงาน

Co-working Space มักมีตัวเลือกในการเช่าพื้นที่ที่หลากหลาย ตั้งแต่การเช่าต่อวันไปจนถึงการเช่ารายเดือน ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานและไม่ต้องการผูกพันกับสัญญาเช่าระยะยาว

 4. ค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า

การเช่า Co-working Space มักมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการเช่าสำนักงานแบบดั้งเดิม เนื่องจากผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องลงทุนในอุปกรณ์สำนักงานหรือค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพื้นที่ ทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและนำเงินไปลงทุนในธุรกิจได้มากขึ้น

 5. เทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย

Co-working Space มักมีการติดตั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบ Wi-Fi ความเร็วสูง, เครื่องพิมพ์, และห้องประชุมที่มีอุปกรณ์ครบครัน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Co-working Space เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ทำงานที่มีบรรยากาศสร้างสรรค์ การเชื่อมต่อกับผู้คนใหม่ๆ และความยืดหยุ่นในการทำงาน ด้วยค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ Co-working Space กลายเป็นสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคปัจจุบัน

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ทำงานที่เหมาะสม ลองพิจารณา Co-working Space ดูสิ! คุณอาจพบว่ามันคือคำตอบที่คุณกำลังมองหาอยู่ก็ได้



13

ในยุคที่การทำงานมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ออฟฟิศสำเร็จรูป (Service Office) กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นสำหรับธุรกิจและผู้ประกอบการที่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงาน ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับออฟฟิศสำเร็จรูป ข้อดี-ข้อเสีย และว่ามันเหมาะกับใคร

ออฟฟิศสำเร็จรูป service office คือ อะไร?

ออฟฟิศสำเร็จรูปเป็นสถานที่ทำงานที่ให้บริการพื้นที่สำนักงานพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น โต๊ะทำงาน อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ ห้องประชุม และบริการอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจ โดยที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องลงทุนในค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงหรือการจัดการที่ซับซ้อน

ข้อดีของออฟฟิศสำเร็จรูป

 1. ความยืดหยุ่นในการเช่า

หนึ่งในข้อดีที่สำคัญของออฟฟิศสำเร็จรูปคือความยืดหยุ่นในการเช่า ผู้ประกอบการสามารถเลือกเช่าระยะสั้นหรือระยะยาวตามความต้องการ ซึ่งเหมาะสำหรับธุรกิจที่ยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับการขยายตัวในอนาคต

 2. ค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า

การเช่าออฟฟิศสำเร็จรูปช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนเริ่มต้น เช่น ค่าเช่าสำนักงาน ค่าตกแต่ง และค่าใช้จ่ายในการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

 3. สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ออฟฟิศสำเร็จรูปมักมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เช่น ห้องประชุม ห้องพักผ่อน และบริการต่างๆ ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 4. สภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์

การทำงานในออฟฟิศที่มีผู้คนหลากหลายช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดและแนวทางใหม่ๆ

ข้อเสียของออฟฟิศสำเร็จรูป

 1. ขาดความเป็นส่วนตัว

การทำงานในออฟฟิศสำเร็จรูปอาจทำให้ขาดความเป็นส่วนตัว เนื่องจากพื้นที่ทำงานมักมีการแชร์กับผู้ใช้บริการคนอื่น

 2. ค่าใช้จ่ายที่อาจสูงขึ้นในระยะยาว

แม้ว่าค่าใช้จ่ายเริ่มต้นจะต่ำ แต่ในระยะยาว ค่าใช้จ่ายในการเช่าอาจสูงกว่าการเช่าออฟฟิศแบบปกติ

 3. ข้อจำกัดในการปรับแต่ง

ออฟฟิศสำเร็จรูปมักมีข้อจำกัดในการปรับแต่งพื้นที่ทำงานให้ตรงตามความต้องการของธุรกิจ

 เหมาะกับใคร?

ออฟฟิศสำเร็จรูปเหมาะสำหรับ:

- ผู้ประกอบการเริ่มต้น: ที่ต้องการลดความเสี่ยงในการลงทุน
- ธุรกิจขนาดเล็ก: ที่ต้องการพื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่น
- ฟรีแลนซ์: ที่ต้องการสถานที่ทำงานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
- บริษัทที่ต้องการขยายตลาด: ที่ต้องการทดลองตลาดใหม่โดยไม่ต้องลงทุนมาก



ออฟฟิศสำเร็จรูปเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจในยุคปัจจุบัน ด้วยความยืดหยุ่นและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการควรพิจารณาข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการนี้

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ทำงานที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณ ลองพิจารณาออฟฟิศสำเร็จรูปเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ!
 

14

หากพูดถึงการค้ำประกันมั่นใจว่าคนไทยส่วนใหญ่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะในการซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ การเข้าทำงาน การเข้าเรียน หรือแม้แต่การขอสินเชื่อต่าง ๆ กับธนาคาร บางกรณีก็ต้องมีการใช้บุคคลหรือทรัพย์สินค้ำประกันเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบุคคลที่ทำสัญญามากขึ้น ยกเว้น สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่อย่างไรก็ตามหากพูดถึงหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญา หรือ Letter of Guarantee เรียกย่อ ๆ ว่า LG เชื่อว่าถ้าไม่ได้อยู่ในแวววงธุรกิจก็คงสงสัยว่าหนังสือฉบับนี้คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ดังนั้นเพื่อช่วยให้ทุกคนหายสงสัยวันนี้เราจึงมี 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ หนังสือค้ำประกันมาฝาก รับรองเข้าใจมากขึ้นแน่นอน

ความหมายของหนังสือค้ำประกัน

เรื่องแรกที่ควรรู้คือหนังสือค้ำประกันคืออะไร สำหรับคำตอบคือหนังสือที่ทางสถาบันการเงินออกให้กับธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับคู่ค้า ซึ่งหากลูกค้าของสถาบันการเงินไม่ปฏิบัติตามทางสถาบันการเงินจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบความเสียหายให้กับคู่ค้าแทนลูกค้าของตัวเอง หากพูดให้เข้าใจง่ายคือสถาบันการเงินทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันให้กับลูกค้าของตัวเอง

รูปแบบของหนังสือค้ำประกัน
ปกติแล้วหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญานั้นจะมีหลากรูปแบบขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ผู้ขอจะนำไปใช้ประโยชน์ เช่น หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาเพื่อนำไปใช้ประมูลราคา หนังสือสัญญาค้ำประกันการดำเนินการตามสัญญาจ้าง หนังสือสัญญาค้ำประกันสัญญาการซื้อขายสินค้า

คุณสมบัติของผู้ขอหนังสือค้ำประกัน
สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญานั้นส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่แต่ละสถาบันการเงินกำหนด ซึ่งทั่วไปแล้วสามารถขอได้ทั้งบุคคลทั่วไปและนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า  สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก สินเชื่อ SME แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อ od สินเชื่อเพื่อธุรกิจเฉพาะ สินเชื่อsmeดอกเบี้ยต่ำ พิเศษ หรือไม่ได้เป็นลูกค้าสินเชื่อก็สามารถขอได้เช่นกัน

เอกสารที่ใช้ในการขอหนังสือค้ำประกัน
สำหรับเอกสารที่ต้องใช้ในการขอหนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญานอกจากเอกสารส่วนตัวและเอกสารทางการเงินของบริษัทเหมือนสินเชื่อทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับคู่สัญญาด้วย เช่น หนังสือสัญญาซื้อขาย หนังสือสัญญามัดจำ หนังสือค้ำประกันสัญญา หนังสือค้ำประกันเงินกู้ หนังสือค้ำประกันยื่นซองประกวดราคา ใบแจ้งหนี้  หรือใบสั่งซื้อสินค้า

ประโยชน์ของหนังสือค้ำประกัน
หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานว่าคู่ค้าที่ทำธุรกิจร่วมกับลูกค้าของสถาบันการเงินจะได้รับการคุ้มครองจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะทำให้คู่สัญญามีความมั่นใจในการดำเนินกิจการร่วมกันมากขึ้น นอกจากนั้นหากเป็นการประมูลงานกับหน่วยงานราชการยังสามารถใช้หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันแทนเงินฝาก พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกันได้ด้วย
   
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ หนังสือค้ำประกัน ที่เรานำมาฝากในวันนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นหนังสือสำคัญที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและมีความสำคัญกับการทำธุรกิจ ดังนั้นแนะนำว่าควรเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อม เพราะถ้าต้องใช้หนังสือสัญญาค้ำประกันคู่สัญญาสามารถยื่นขอกับสถาบันการเงินได้ทันทีไม่ต้องรอให้เสียเวลา



15

            ผู้ที่เคยมีประสบการณ์การโอนเงินไปต่างประเทศอาจจะเคยพบความยุ่งยากของขั้นตอนต่าง ๆ หนักใจกับ ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ ยิ่งคนยังไม่เคยทำธุรกรรม ฝากเงินต่างประเทศโอนเงินต่างประเทศ มาก่อนอาจจะกังวลว่าปลายทางจะได้รับเงินหรือไม่ จะได้รับเงินที่โอนไปเมื่อไหร่ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ต้องโอนเงินให้ลูกที่ไปเรียนต่างประเทศ และผู้ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ที่อาจจะเคยประสบปัญหาความล่าช้าในการโอนเงินข้ามประเทศ สิ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องง่ายในทันที และทำให้มั่นใจไร้กังวลได้ด้วยการใช้บริการ โอนเงินต่างประเทศโอนเงินไปสิงคโปร์ สำหรับลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลด้วยระบบอัจฉริยะ KrungThai WARP ผ่าน KrungThai Next
บริการ Krungthai WARP (กรุงไทย วาร์ป) ความเหนือชั้นของการบริการโอนเงินไปต่างประเทศ

          ธนาคารกรุงไทยได้พัฒนาการบริการโดยทำให้ทุกธุรกรรมของการโอนเงินไปต่างประเทศ เป็นเรื่องง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว และช่วยเซฟเงินในกระเป๋า จากบริการ Krungthai WARP โดยสามารถโอนเงินได้ทั้งจากบัญชีออมทรัพย์ บัญชี fcd คือ บัญชีเงินฝากสกุลต่างประเทศ (FCD) และจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์สกุลต่างประเทศ (Inter Wallet) ผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT โอนไปต่างประเทศได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมคำนวณ ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ ในอัตราที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า โดยจุดเด่นของการบริการโอนเงินไปต่างประเทศ Krungthai WARP คือ

∙       สะดวก สบาย รวดเร็ว ด้วยระบบการโอนเงินแบบเรียลไทม์ โอนสะดวก ไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาธนาคารให้ยุ่งยาก โอนผ่าน Krungthai NEXT ในมือถือ กดโอนเงินไปต่างประเทศได้ด้วยปลายนิ้ว ใช้งานง่าย ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ปลายทางก็ได้รับเงินเร็วด้วย
 
ขั้นตอนการโอนเงินไปต่างประเทศ Krungthai WARP ผ่าน KrungThai Next
1.      เลือกเมนูโอนเงิน (Transfer Money)
2.      เลือกบัญชีสำหรับตัดเงินโดยสามารถเลือก บัญชีออมทรัพย์ ,บัญชีเงินฝากสกุลต่างประเทศ FCD หรือ Inter Wallet
3.      เลือกประเทศที่ต้องการโอนไป, สกุลเงิน, จำนวนเงิน และกดปุ่มถัดไป (Next)
4.      เลือกผู้จ่ายค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม และกดปุ่มถัดไป (Next)
5.      กรอกข้อมูลผู้รับ เลือกจุดประสงค์การโอน และกดปุ่มถัดไป (Next)
6.      ตรวจสอบข้อมูล หากข้อมูลถูกต้อง ให้กดยืนยัน (Confirm)
7.      แสดง slip การทำรายการสำเร็จ และกดปุ่มเสร็จสิ้น (Done)
∙       ถูก ด้วย ค่าธรรมเนียมโอนเงินต่างประเทศ ในอัตราพิเศษ เมื่อโอนเงินไปต่างประเทศด้วยแอป Krungthai Next เพียงระบุประเทศ สกุลเงิน และจำนวนเงินที่ต้องการโอน โดยสามารถโอนเงินได้สูงสุด 5 แสนบาทต่อรายการ ไปยัง 4 ประเทศ เป็นสกุลเงินของประเทศนั้น ๆ คือ สหรัฐอเมริกา (USD), อังกฤษ (GBP), สิงคโปร์ (SGD) และฮ่องกง (HKD)
∙       เรทดี กรณีโอนเงินออกจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์สกุลต่างประเทศ (Inter Wallet) บนแอป Krungthai NEXT จะได้เรทอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเดียวกันกับร้านค้าแลกเงินเลย ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ประหยัดเงินที่โอนไปให้ลูกใช้จ่ายที่ต่างประเทศ หรือบริษัทที่ทำการค้าระหว่างประเทศ ก็ประหยัดต้นทุน ได้กำไรเพิ่มขึ้น โดย Krungthai Inter Wallet เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสกุลเงินต่างประเทศ ที่มีธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ให้บริการแต่เพียงผู้เดียวอีกด้วย

Inter Wallet ก็คือกระเป๋าเงินออนไลน์ที่เราสามารถเติมเงินจากบัญชีธนาคารเข้าไปยังกระเป๋าเงิน Inter Wallet เพื่อสามารถนำเงินในกระเป๋าไป ซื้อสินค้า ใช้จ่ายผ่าน QR Code ระหว่างประเทศ หรือโอนเงินไปต่างประเทศได้ โดยกระเป๋าเงินออนไลน์ทั่วไปจะรองรับแค่สกุลเงินบาท แต่ Inter Wallet สามารถรองรับได้ถึง 19 สกุลเงินต่างประเทศ คือ AUD, CAD, CHF, DKK, EUR, GBP, HKD, INR, JPY, KRW, MYR , NOK, NZD, RUB, SEK, SGD, TWD, USD และ THB ทำให้เราสามารถเลือกเติมเงิน หรือแลกเปลี่ยนสกุลเงินใดก็ได้ที่อยู่ในระบบ ซึ่งทำให้การซื้อสินค้าในสกุลเงินต่างประเทศ การทำธุรกรรมการ โอนเงินต่างประเทศ กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน และยังสามารถตรวจสอบยอดเงินคงเหลือใน Inter Wallet ผ่านทาง แอป Krungthai NEXT ได้ตลอดเวลา

หากสนใจเปิดใช้งาน Inter Wallet ก็ไม่ได้ยุ่งยากเลย เข้าไปสมัครบัตรเดบิตกรุงไทย หรือ บัตร Krungthai Travel Card เมื่อสมัครเสร็จแล้วก็เปิดใช้งานผูกบัตรกับกระเป๋า Inter Wallet ผ่านทางแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ได้เลย
∙    มั่นใจ ได้รับหลักฐานการโอนเงินไปต่างประเทศเป็นสลิปอิเล็กทรอนิกส์ทุกครั้งเหมือนการโอนเงินในประเทศ ทำให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องในการทำธุรกรรมได้ในทันที และมีหลักฐานการโอนเงินที่นำไปแสดงได้ หากพบปัญหาสามารถติดต่อพนักงานสาขา หรือ Contact Center ที่พร้อมให้บริการตลอดเวลา
 
สนใจสมัครใช้บริการ Krungthai WARP (กรุงไทย วาร์ป) western union รับเงินภายในกี่วันหากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ Krungthai.com




หน้า: [1] 2 3